ข่าวอินโฟเควสท์
15:22 EGCO คาดกำไรแตะ 1 หมื่นลบ.ในปี 62 จากปีนี้คาดราว 8 พันลบ.   บมจ. ผลิตไฟฟ้า (EGCO) คาดกำไรแตะ 1 หมื่นล้านบาทในปี 62 จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีกำไรราว…
15:21 (เพิ่มเติม)ราคาทองคำแท่งวันนี้บาทละ 18,450.00 บาท   ของสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 15:14 น. ซื้อ (บาท) ขาย (บาท) ทองคำแท่ง 18,350.00 18,450.00 ทอง…
15:20 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557   ธนาคาร MOR MLR MRR สูงสุด* ผิดนัด* บัตรเครดิต ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประ…
15:19 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557   ธนาคาร ออมทรัพย์ ประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 24 เดือน ธนาคารพาณิชย์จดท…
15:11 ฟิทช์ฯ คงเครดิตภายในประเทศระยะยาว BAFS ที่ ‘A+(tha)’แนวโน้มมีเสถียรภาพ   บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเคร…

ฟิทช์คงอันดับเครดิต KK และ บล.ภัทร หลังการประกาศร่วมกิจการ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2554 17:47:19 น.

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term rating) ของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KK ที่ ‘BBB+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวก และของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ Phatra ที่ ‘A-(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ  นอกจากนี้ฟิทช์ยังคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term rating) ของทั้ง KK และ Phatra ที่ ‘F2(tha)’

การประกาศคงอันดับเครดิตในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประกาศแผนร่วมกิจการระหว่าง KK กับ บมจ.ทุนภัทร (PHATRA) ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 99.7% ใน Phatra

แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวกของ KK สะท้อนถึงความคาดหมายของฟิทช์ที่ธนาคารจะมีคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความสามารถในการรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนที่แข็งแกร่งได้ต่อเนื่อง แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวก ยังรวมถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการร่วมกิจการ หากสำเร็จลงได้  การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KK ยังขึ้นอยู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจหลังการร่วมกิจการและประโยชน์เชิงบวกจากการร่วมกิจการที่จะเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้คาดว่าการร่วมกิจการจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2555

ฟิทช์คาดว่า KK จะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจและธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทยของ Phatra ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยสนับสนุนให้ KK สามารถขยายธุรกิจไปในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ ส่งผลให้ธนาคารสามารถกระจายรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากธุรกิจหลักเดิม เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อขนาดย่อมและขนาดกลาง และสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ การร่วมกิจการในครั้งนี้จะใช้รูปแบบของการแลกเปลี่ยนหุ้นระหว่าง KK และ Phatra Capital ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนหนี้สินของ KK  ความสามารถในการทำกำไรของ KK น่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงระหว่างปี 2555 — 2556 หลังจากรวมผลการดำเนินงานของ Phatra Capital

ฟิทช์มองว่าประโยชน์ในเชิงบวกที่จะเกิดขึ้นจากการร่วมกิจการอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องของการควบรวมระบบงาน (Integration risk) และการดำเนินนโยบายบริหารความเสี่ยงหลังร่วมกิจการ ฟิทช์มองว่านโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพควรจะช่วยส่งเสริมการขยายกิจการของ KK โดยไม่ทำให้มีความเสี่ยงในด้านสินเชื่อและด้านโครงสร้างทางการเงินเพิ่มขึ้น

อันดับเครดิตของ Phatra สะท้อนถึงการคาดหมายของฟิทช์ว่า Phatra จะยังคงรักษารูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business model) และความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทไว้อย่างต่อเนื่องหลังจากการร่วมกิจการ  แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของผู้ถือหุ้นที่ Phatra Capital ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ ธุรกิจหลักของ Phatra น่าจะยังคงดำเนินต่อไปหลังจากการร่วมกิจการ Phatra จะยังคงพึ่งพาเงินทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคต ฟิทช์เชื่อว่า Phatra อาจต้องกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตาม Phatra น่าจะรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนสุทธิ (Net capital ratio) ในระดับ 40% - 60% ซึ่งยังคงอยูในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 7% ค่อนข้างมาก และน่าจะเพียงพอเทียบกับระดับความเสี่ยงของบริษัท

การกระจายความเสี่ยงในด้านรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการรักษาระดับกำไรและสถานะทางการตลาดของบริษัทน่าจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนอันดับเครดิตของ Phatra อย่างไรก็ตาม การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินทุนและสภาพคล่อง รวมทั้งกำไรที่อาจลดลงจากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นและการเพิ่มเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตราส่วนหนี้สินอาจจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิต นอกจากนี้การกระจายความเสี่ยงด้านรายได้โดยการเพิ่มปริมาณธุรกรรมในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัท (Proprietary Trading) หรือ การออกตราสารอนุพันธ์ อาจส่งผลให้ความเสี่ยงโดยรวมของ Phatra ปรับตัวเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่ออันดับเครดิต

KK ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2514 โดยมีฐานะเป็นบริษัทเงินทุน และเปลี่ยนสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2548 และมีสินทรัพย์รวมที่ 184.9 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2554  Phatra เป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทยและมีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในด้านวานิชธนกิจและด้านวิจัยหลักทรัพย์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง