ข่าวอินโฟเควสท์
17:11 ทนายความยิ่งลักษณ์ จี้ม.ล.ปนัดดาชี้แจงเกณฑ์ตรวจสอบข้าวให้ชัดเจน   นายนรวิทย์ หล้าแหล่ง ทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง…
16:20 เรือด่วนเจ้าพระยา ลดค่าโดยสารระยะ 1 บาทเหลือ 9-13 บาท เริ่ม 22 ธ.ค.นี้   นายจุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต…
16:16 เยอรมนีเตือนอียูคว่ำบาตรรัสเซียรุนแรงขึ้นอาจจะสร้างความเสียหาย   นายแฟรงค์ วอลเตอร์ สไตน์มายเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ได้แสดงความกังวลต่อ…
16:01 นายกฯพอใจผลประชุมร่วมมือทางศก.GMS ต่างเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์   พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถล…
14:01 ปธ.เอดีบีชี้ราคาน้ำมันตลาดโลกร่วงลงจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจเอเชีย   นายทาเคฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า ร…

ฟิทช์คงอันดับเครดิต KK และ บล.ภัทร หลังการประกาศร่วมกิจการ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2554 17:47:19 น.

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term rating) ของธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KK ที่ ‘BBB+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวก และของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ Phatra ที่ ‘A-(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ  นอกจากนี้ฟิทช์ยังคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term rating) ของทั้ง KK และ Phatra ที่ ‘F2(tha)’

การประกาศคงอันดับเครดิตในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประกาศแผนร่วมกิจการระหว่าง KK กับ บมจ.ทุนภัทร (PHATRA) ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 99.7% ใน Phatra

แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวกของ KK สะท้อนถึงความคาดหมายของฟิทช์ที่ธนาคารจะมีคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการกำไรที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความสามารถในการรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนที่แข็งแกร่งได้ต่อเนื่อง แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นบวก ยังรวมถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการร่วมกิจการ หากสำเร็จลงได้  การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KK ยังขึ้นอยู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจหลังการร่วมกิจการและประโยชน์เชิงบวกจากการร่วมกิจการที่จะเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้คาดว่าการร่วมกิจการจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2555

ฟิทช์คาดว่า KK จะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจและธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทยของ Phatra ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยสนับสนุนให้ KK สามารถขยายธุรกิจไปในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ ส่งผลให้ธนาคารสามารถกระจายรูปแบบการดำเนินธุรกิจจากธุรกิจหลักเดิม เช่น สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อขนาดย่อมและขนาดกลาง และสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ การร่วมกิจการในครั้งนี้จะใช้รูปแบบของการแลกเปลี่ยนหุ้นระหว่าง KK และ Phatra Capital ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนหนี้สินของ KK  ความสามารถในการทำกำไรของ KK น่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงระหว่างปี 2555 — 2556 หลังจากรวมผลการดำเนินงานของ Phatra Capital

ฟิทช์มองว่าประโยชน์ในเชิงบวกที่จะเกิดขึ้นจากการร่วมกิจการอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงในเรื่องของการควบรวมระบบงาน (Integration risk) และการดำเนินนโยบายบริหารความเสี่ยงหลังร่วมกิจการ ฟิทช์มองว่านโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพควรจะช่วยส่งเสริมการขยายกิจการของ KK โดยไม่ทำให้มีความเสี่ยงในด้านสินเชื่อและด้านโครงสร้างทางการเงินเพิ่มขึ้น

อันดับเครดิตของ Phatra สะท้อนถึงการคาดหมายของฟิทช์ว่า Phatra จะยังคงรักษารูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business model) และความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทไว้อย่างต่อเนื่องหลังจากการร่วมกิจการ  แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของผู้ถือหุ้นที่ Phatra Capital ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ ธุรกิจหลักของ Phatra น่าจะยังคงดำเนินต่อไปหลังจากการร่วมกิจการ Phatra จะยังคงพึ่งพาเงินทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเพื่อการขยายธุรกิจในอนาคต ฟิทช์เชื่อว่า Phatra อาจต้องกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นบ้าง อย่างไรก็ตาม Phatra น่าจะรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนสุทธิ (Net capital ratio) ในระดับ 40% - 60% ซึ่งยังคงอยูในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 7% ค่อนข้างมาก และน่าจะเพียงพอเทียบกับระดับความเสี่ยงของบริษัท

การกระจายความเสี่ยงในด้านรายได้ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการรักษาระดับกำไรและสถานะทางการตลาดของบริษัทน่าจะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนอันดับเครดิตของ Phatra อย่างไรก็ตาม การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินทุนและสภาพคล่อง รวมทั้งกำไรที่อาจลดลงจากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นและการเพิ่มเพิ่มขึ้นอย่างมากของอัตราส่วนหนี้สินอาจจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออันดับเครดิต นอกจากนี้การกระจายความเสี่ยงด้านรายได้โดยการเพิ่มปริมาณธุรกรรมในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อบัญชีบริษัท (Proprietary Trading) หรือ การออกตราสารอนุพันธ์ อาจส่งผลให้ความเสี่ยงโดยรวมของ Phatra ปรับตัวเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่ออันดับเครดิต

KK ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2514 โดยมีฐานะเป็นบริษัทเงินทุน และเปลี่ยนสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์ในเดือนตุลาคม 2548 และมีสินทรัพย์รวมที่ 184.9 พันล้านบาท ณ สิ้นเดือนกันยายน 2554  Phatra เป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำในประเทศไทยและมีเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในด้านวานิชธนกิจและด้านวิจัยหลักทรัพย์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง