(เพิ่มเติม) BECL คาดเปิดใช้ทางเชื่อมต่อด่วนศรีรัชต้น พ.ค.ดันยอดผู้ใช้เพิ่ม 12,000 คัน/วัน

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday April 24, 2014 14:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช(อโศก-ศรีนครินทร์) กับถนนจตุรทิศช่วง ค.เพื่อรองรับรถยนต์ที่เดินทางจากบริเวณดินแดง มักกะสัน ผ่านถนนจตุรทิศต่อเนื่องมาที่ทางพิเศษศรีรัช ช่วงอโศก-ศรีนครินทร์ ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อต้นเดือน ก.พ.56 ว่า ขณะนี้งานก่อสร้างทางเชื่อมดังกล่าวมีความคืบหน้าประมาณ 90% แล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการภายในต้นเดือน พ.ค. นี้

ทั้งนี้ ทางเชื่อมมดังกล่าวจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนของขาออกเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ และเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนศรีอยุธยา ถนนราชปรารภ อนุสาวรีย์ชัยฯ ถนนเพชรบุรี และถนนดินแดง เพื่อเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ มอเตอร์เวย์ หรือเดินทางต่อเนื่องใช้ทางพิเศษฉลองรัชเพื่อไปถนนลาดพร้าว และถนนรามอินทรา ซึ่งการก่อสร้างที่ผ่านมาเป็นไปตามแผน

สำหรับปริมาณจราจรที่จะเข้ามาใข้ส่วนเชื่อมต่อดังกล่าวคาดว่าหลังเปิดให้บริการจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวัยละ 12,000 คัน เมื่อรวมกับปริมาณจราจรของด่านอโศก 3 เดิม เฉลี่ยต่อวัน 59,000 คัน เป็นเฉลี่ย 71,000 คันต่อวัน

นางพเยาว์ คาดว่า ในปีนี้กำไรของ BECL ปีนี้จะเติบโต 15% จากปีก่อนที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 2 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทประเมินว่ารายได้จากค่าผ่านทางใน่ปีนี้จะเติบโต 4% หากปริมาณการจราจรติดลบ 3% ตามที่คาดไว้ หลังจากผลดระทบทางการเมือง แต่หากสถานการณ์การเมืองจบได้เร็วก็คาดว่าปริมาณจราจรจะเติบโต 1-2% และทำให้รายได้เติบโต 7%

อนึ่ง ในปี 56 บริษัทมีปริมาณจราจรอยู่ที่ 1.1 ล้านคัน และในช่วง 3 เดือนแรก(ม.ค.-มี.ค.57) ปริมาณจราจรติดลบไป 3.89% มาอยู่ที่ 1.08 ล้านคัน แต่รายได้ 3 เดือนแรกกลับโต 3.69% และโดยเฉพาะในเดือน เม.ย.ปริมาณจราจรกระเตื้องขึ้น

"ปริมาณจราจร 3 เดือนแรกลดลงไป 4% เมษายนก็ดีขึ้น ผลกระทบลดลงเหลือ 3% เข้าใจว่าคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว ถ้าช่วงที่เหลือของปีนี้สภาพการณ์เหมือนเดือนเมษายน ก็คาดว่าทั้งปีปริมาณจราจร ติดลบ 3%แต่เชื่อว่ารายได้โต 4% เพราะเราเพิ่งได้ปรับค่าทางด่วน(ก.ย.56) แม้ว่าจะได้ส่วนแบ่งรายได้ 40% หรือ 2บาทต่อคัน (ปรับขึ้น 5บาท/คัน)"นางพเยาว์กล่าว

ขณะเดียวกัน ในปีนี้คาดว่าจะได้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมากขึ้น ได้แก่ บมจ.ทีทีดับบลิว (TTW) ที่ BECL ถือหุ้นในสัดส่วน 20% คาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรราว 480 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่รับรู้ 400 ล้านบาท , บมจ.ซีเค เพาเวอร์ (CKP) ที่บริษัทถือสัดส่วน 23% คาดปีนี้รับรู้ส่วนแบ่งกำไรราว 50 ล้านบาทซึ่งเป็นปีแรกที่รับรู้กำไร

ส่วนบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด (NECL) นั้นปีนี้จะเป็นปีแรกที่ทำกำไรหลังขาดทุนมานานกว่า 10 ปีมีขาดทุนสะสมหลายพันล้านบาท โดยคาดว่าจะมีกำไร 80 ล้านบาท และ BECL รับรู้กำไร 40 ล้านบาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินค่าประกันภัยเมื่อคราวที่เกิดน้ำท่วมในปี 54 กลับมาบันทึกเป็นรายได้ 47 ล้านบาท

รวมทั้งรายได้เพิ่มจากทางเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช(อโศก -ศรีนครินทร์) ที่เก็บค่าผ่านทาง 25 บาท/คัน หรือมีรายได้เพิ่มเดือนละประมาณ 7.5 ล้านบาท ที่จะเปิดให้บริการวันที่ 2 พ.ค.นี้ ซึ่งจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 70 จากที่ลงทุนไป 250 ล้านบาท และยังตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลงอีก 100 ล้านบาท

"ปีนี้จะทำให้ผลประกอบการ(กำไร)ปี 57 ดีกว่าปีที่แล้ว หรือไม่ต่ำกว่า 15% ถือว่าเป็นปีที่ดีของการดำเนินงาน...ภาพการลงทุนปีนี้เป็นปีเก็บเกี่ยว เราได้กำไรกลับมาจากการลงทุนสัมปทานอื่นๆ ทั้ง TTW และ CKP "กรรมการผู้จัดการ BECL กล่าว


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ