(เพิ่มเติม) KTC ชูกลยุทธครึ่งปีหลังขยายฐานผ่าน KTB-เอาท์ซอร์สเซลส์ เจาะกลุ่มเด็กจบใหม่

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 17, 2014 13:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางณัฐชนัญ เก่งลือชา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ช่องทางจัดจำหน่าย บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) กล่าวว่า KTC ปรับกลยุทธครึ่งปีหลังขยายผลิตภัณฑ์ผ่านสองช่องทางหลักคือ ช่องทางธนาคารกรุงไทย(KTB) และช่องทางเอาซอร์ส เซลส์ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่คนที่เพิ่งจบการศึกษา หรือกลุ่ม First Jobber มากขึ้น พร้อมนำเสนอโปรแกรมการตลาดเฉพาะกลุ่มเข้าถึงผู้บริโภคระดับกลางและระดับบนมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ KTC ตั้งเป้าการขยายฐานบัตรเครดิตใหม่ในปีนี้ทั้งหมด 400,000 บัตร เติบโตขึ้นถึง 150% หรือประมาณ 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 56 ในขณะที่สินเชื่อบุคคลคาดว่าจะมีสมาชิกเพิ่ม 137,500 บัญชี หรือเติบโตประมาณ 10%

นางณัฐนัญ เก่งลือชา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ช่องทางการจัดจำหน่าย KTC กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าขยายฐานสินเชื่อบัตรเครดิตใหม่ทั้งหมดในปี 57 อยู่ที่ 4 แสนราย โดยในครึ่งปีแรกของปี 57 บริษัทได้มีการขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตใหม่ได้เพียง 1.6 แสนราย เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจไม่ดีนัก ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้า ทำให้การขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตรายใหม่เพิ่มไม่ได้มาก

บริษัทได้ตั้งเป้าฐานลูกค้าบัตรเครดิต KTC สิ้นปีอยู่ราว 1.9 ล้านราย โดยในครึ่งปีแรกของปี 57 มีบริษัทมีฐานลูกค้าค้าบัตรเครดิตแล้วราว 1.6 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 56 ที่มีราว 1.5 ล้านราย

ส่วนยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 57 บริษัทตั้งเป้าเติบโต 15% จากปีก่อน โดยในครึ่งปีแรกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตอยู่เติบโตเพิ่มขึ้นเพียง 5% จากปีก่อน โดยมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตรวมในครึ่งปีแรกรวมอยู่ที่ 6.1 หมื่นล้านบาท

"ในครึ่งปีแรกสถานการณ์หลายๆอย่างไม่ดี ทำให้มีผลกระทบกับเราอย่างมาก การขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตใหม่ก็ทำได้ไม่มาก ครึ่งปีแรกลูกค้าใหม่เพียง 1.6 แสนราย แต่เรามั่ยใจจะทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 4 แสนราย เพราะว่ลครึ่งปีหลังทุกอย่างค่อยๆเริ่มดีขึ้น ส่วนการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตของบริษัทก็ยังเป็นไปตามกฏเดิม ไม่ได้ลดอะไรลงมาเพื่อให้การอนุมัติบัตรง่ายขึ้น"นางณัฐชนัญ กล่าว

ด้านสินเชื่อบุคคลนั้น บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสมาชิกใหม่ในปี 57 เป็น 1.37 แสนบัญชี หรือเติบโต 10% จากปีก่อน โดยครึ่งปีแรกเพิ่มสมาชิกสินเชื่อบุคลลใหม่อยู่ที่ 6.2 หมื่นบัญชี ทั้งนี้ พอร์ตสินเชื่อบุคคลในปี 57 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.2 แสนบัญชี โดยครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6.5 แสนบัญชี

ขณะที่ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของบัตรเครดิตของบริษัทในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.04% โดยบริษัทจะพยายามรักษาระดับ NPL ทั้งปีให้ได้ราว 2% และ NPL สินเชื่อทั่วไป (สินเชื่อส่วนบุคลลและสินเชื่อพร้อมใช้) ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.1% ซึ่งจะรักษาระดับให้ได้ราว 1% ในปั 57

นางณัฐชนัญ กล่าวว่า กลยุทธ์ครึ่งปีหลังของการบริหารช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อการมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นอันดับ 1 ของธุรกิจบัตรเครดิตภายใน 5 ปี ในปีแรกจะสร้างฐานการเติบโตไปสู่เป้าหมาย ด้วยแนวคิดการทำงาน “Make it BETTER" โดยบัตรเครดิตจะขยายฐานสมาชิกไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ และมีการออกบัตรใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลาย และโปรแกรมการตลาดแบบเฉพาะกลุ่ม เจาะกลุ่มคนระดับกลางและบนมากขึ้น สำหรับสินเชื่อบุคคล จะออกแคมเปญเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับสมาชิก สร้างสรรค์แคมเปญตอบแทนกลุ่มสมาชิกที่มีวินัยในการชำระเงิน และออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เข้าถึงและตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

กลยุทธ์การบริหารช่องทางการขยายฐานผลิตภัณฑ์ เคทีซีจะใช้ความได้เปรียบ จากความหลากหลาย ทั้งการขายผ่านช่องทางธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ควบคู่กับการขายผ่านศูนย์บริการลูกค้า “เคทีซี ทัช" ที่เปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง และช่องทางออนไลน์ ที่กำลังเติบโต ครอบคลุมทั้งเว็บไซต์บริษัทฯ www.ktc.co.th ผ่านไอคอน “I Want KTC" และเว็บไซต์ของพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงช่องทาง เอาท์ซอร์สเซลส์ และเทเลเซลส์"

ในปีนี้ KTC จะดำเนินธุรกิจร่วมกับ KTB เน้นการผนวกจุดแข็งด้านการตลาดและนวัตกรรมของ KTC กับจุดเด่นด้านฐานการเงินของ KTB และจำนวนสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 1,200 สาขา ผ่านการใช้เครือข่ายและฐานลูกค้าของทั้งสองฝ่าย เช่น โครงการผ่อนบ้านผ่านบัตรเครดิต KTC ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายอย่างดี และยังช่วยเพิ่มฐานสมาชิกให้กับ KTB และเพิ่มการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC รวมถึงช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สนใจสมัครบัตรมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถใช้ช่องทางนี้นำเสนอผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต ควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ของธนาคาร หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัทในเครือได้เช่นเดียวกัน

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจร่วมกับ เอาท์ซอร์ส เซลส์ จะเน้นการเพิ่มตัวแทนขายอิสระที่มีคุณภาพ และมีความผูกพันกับ KTC โดยมีทีมงานในการสรรหาและฝึกสอน และสามารถควบคุมเพื่อให้แน่ใจได้ว่าผู้สมัครมีคุณภาพที่ดีและมีความเชี่ยวชาญในการขาย และการบริการที่มีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่วางไว้

“ในปีนี้เรายังมีแผนจะขยายฐานไปยังกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ หรือกลุ่ม First Jobber มากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการเครื่องมือที่จะช่วยบริหารการใช้จ่ายประจำเดือนให้คล่องตัวมากขึ้น และเน้นการขยายฐานไปยังลูกค้าต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเลือก 14 จังหวัดที่มีการเติบโตในการใช้บัตรเครดิตสูง รวมทั้งช่องทางธนาคารออมสินก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีโอกาสในการขยายฐานบัตรเครดิต เคทีซี – ธนาคารออมสิน ซึ่งมีจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมือนใคร คือสามารถใช้คะแนนสะสม Forever Rewards ทุก 1,000 คะแนนแลกซื้อสลากออมสินได้มูลค่า 100 บาท และด้วยจำนวนสาขาที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 1,000 สาขา มีฐานลูกค้าเงินฝาก รวมถึงลูกค้าสลากออมสินจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นข้อได้เปรียบจากผู้ประกอบการรายอื่น"

อย่างไรก็ตาม เรายังให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายครั้งแรกของลูกค้า ดังนั้นตัวแทนขายอิสระหรือผู้แนะนำจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบถึงโปรโมชั่นต่างๆ ในช่วงเวลานั้นๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้สมัครเปิดบัตรทันทีที่ได้รับ เพื่อความพร้อมในการใช้จ่ายครั้งแรกของลูกค้า ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้ลูกค้าที่เริ่มใช้จ่ายครั้งแรก (ภายใน 60 วัน) มีสัดส่วนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราเชื่อว่าหากลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บัตรในครั้งแรก จะทำให้ลูกค้าเกิดความผูกพันและมีการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทำให้บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้ และลดต้นทุนในการขยายฐานสมาชิกใหม่ได้มากยิ่งขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ