(เพิ่มเติม) MINT ตั้งเป้ากำไรโตเฉลี่ยปีละ 15-20% ช่วงปี 56-60 เน้นขยายตปท.กระจายความเสี่ยง

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday August 20, 2014 13:25 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล(MINT)คงเป้าหมายกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 15-20% ของแผน 5 ปีในช่วงปี 56-60 ภายใต้งบลงทุนในการขยายกิจการ 2-2.5 หมื่นล้านบาท และงบลงทุนในโครงการใหม่(new project) ราว 1-1.2 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทยังมองโอกาสที่จะซื้อกิจการเพิ่มเติมทั้งโรงแรมและธุรกิจอาหาร ซึ่งจะเน้นไปที่การลงทุนในต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ MINT กล่าวว่า บริษัทยังคงกลยุทธ์การกระจายพอร์ตธุรกิจ และมองหาโอกาสในการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)ใหม่เข้ามาเพิ่มเติมทั้งโรงแรมและร้านอาหาร ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่บริษัทก็ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็นมากกว่า 45% ในปี 60 จากปัจจุบันอยู่ที่ 38% และหากแยกเป็นประเภทธุรกิจ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรมจะอยู่ที่ 48% และร้านอาหารอยู่ที่ 43% ที่เหลือมาจากธุรกิจอื่นๆ

ปัจจุบัน MINT มีโรงแรมภายใต้บริหาร 118 แห่ง ซึ่งเป็นโรงแรมที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง 21 แห่ง ร่วมทุน 26 แห่ง รับจ้างบริหาร 25 และเครือโรงแรม OAK ที่ออสเตรเลียอีก 46 แห่ง ส่วนร้านอาหารมี 1,592 สาขา อยู่ในประเทศไทย 1,036 สาขา และต่างประเทศ 500 สาขา ภายใต้แบรนด์มากกว่า 10 แบรนด์

สำหรับผลกำไรในปีนี้คาดว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายของแผน 5 ปีที่ 15-20% โดยครึ่งปีแรกเติบโตไปแล้ว 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศจะไม่เอื้ออำนวย และแนวโน้มครึ่งปีหลังก็เชื่อว่าจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างชัดเจนทั้งธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/57 ขณะที่การบริโภคร้านอาหารก็ดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/57 จึงมั่นใจว่าไตรมาส 3-4/57 ภาพรวมทั้ง 2 ธุรกิจน่าจะดีขึ้นจากครึ่งปีแรก

"ครึ่งแรกกำไรโต 11% ขณะที่สถานการณ์การเมืองในไทยไม่ดีเรายังโตได้ ต้องให้เครดิตกับการขยายธุรกิจไปต่างประเทศเป็นการกระจายความเสี่ยงที่แข็งแกร่งมาก การโตมาจากธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร มั่นใจว่าครึ่งหลังกำไรน่าจะโตได้มากกว่า 11% ปีนี้ทั้งปีก็น่าจะโตไม่ต่ำกว่า 15-20% หรือค่อนไปทาง 20%"นายชัยพัฒน์ กล่าว

นายชัยพัฒน์ กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 70% ใกล้เคียงปีก่อน ถึงแม้ไตรมาส 2/57 จะลดลงมาอยู่ที่ 60% จากงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 65% แต่รายได้เฉลี่ยต่อห้องในปีนี้ปรับขึ้น 9% และแนวโน้มครึ่งหลังน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 4/57 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยว เชื่อว่าอัตราเข้าพักจะเพิ่มขึ้นและรายได้เฉลี่ยต่อห้องทั้งปีก็น่าจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 10% ได้

"ไตรมาส 2 ยังมีผลกระทบโรงแรมใน กทม.อยู่ ถ้าตัดโรงแรมใน กทม.ออก รายได้เฉลี่ยต่อห้องเพิ่มขึ้น 19% แต่ถ้ารวมทุกที่ก็อยู่ที่ 9-10% ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วง high น่าจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เพราะเห็นสัญญาณที่ดีจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้ว..ส่วนธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศแข็งแกร่งมาก กำไรดีมาก และโรงแรมต่างจังหวัดก็ยังโอเคอยู่"นายชัยพัฒน์ กล่าว

สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ถือว่าบริษัทค่อนข้างโชคดีที่เป็นผู้นำด้านตลาด โดยเฉพาะแบรนด์หลัก ทำให้เห็นการเติบโตในไตรมาส 2/57 มากกว่าคู่แข่งและผู้ประกอบการรายอื่น

นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการเดอะ เรสซิเดนซ์ บาย อนันตรา ภูเก็ต ปลายไตรมาส 4/57 นี้ ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายระดับหรู ประกอบด้วย วิลล่า 15 หลัง ราคาขายที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ/ยูนิต คาดว่าจะขายได้ครบทั้งหมดภายใน 3-4 ปีข้างหน้า


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ