ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง"ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่"ขาย IPO 450 ล้านหุ้นเข้า mai ต.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 23, 2014 10:51 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล.บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่(TSE) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) และคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ TSE เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) ได้ภายในเดือน ต.ค.นี้

ทั้งนี้ บริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 450 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 24.8 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยปัจจุบัน บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 1,815 ล้านบาท ซึ่งมีทุนที่ออกและชำระแล้ว จำนวน 1,365 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,365 ล้าน หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เช่น การลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานหมุนเวียนอื่น การให้บริการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และจัดหาอุปกรณ์ เป็นต้น อีกส่วนหนึ่งจะนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจต่อไป

นางแคทลีน มาลีนนท์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TSE เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่ภาครัฐตามนโยบายการสนับสนุนการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนของสำนักงานนโยบายและพลังงาน กระทรวงพลังงาน เพื่อจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) โดยมีวิสัยทัศน์มุ่งเป็นผู้นำในธุรกิจโรงไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยเลือกใช้เทคโนโลยีและที่ตั้งทำเลที่เหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายการดำเนินธุรกิจในการเป็นผู้ให้บริการรับสร้างและจัดหาอุปกรณ์โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หลังภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนภาคเอกชนร่วมผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีนโยบายขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ เช่นพลังงานลม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ขยะ รวมถึงขยายการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ไปต่างประเทศในรูปแบบ Solar Farm และ Solar Rooftop เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทฯ ชั้นนำในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย

นายสมภพ พรหมพนาพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ TSE กล่าวว่า บริษัทมีโครงการที่ดำเนินการอยู่ทั้งหมด 25 โครงการ รวม 98.5 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โครงการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าความร้อนจากแสงอาทิตย์ในระบบรางรวมแสง (Solar Thermal) ซึ่งได้จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว 1 โครงการ ด้วยกำลังการผลิตและเสนอขาย 4.5 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยระบบโฟโต้โวลตาอิก หรือโซล่าร์เซลล์ (โรงไฟฟ้า PV) ในรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วไปซึ่งติดตั้งบริเวณพื้นดิน หรือ Solar Farm จำนวน 10 โครงการในจังหวัดกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี รวม 80 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ได้ครบทั้ง 10 โครงการแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา โดยทั้ง 10 โครงการ เป็นการร่วมทุนกับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด หรือ GPSC ซึ่งเป็นบริษัทหลักด้านธุรกิจไฟฟ้าของกลุ่ม ปตท.

และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาอาคารพาณิชย์ (Commercial Rooftop) จำนวน 14 โครงการ โครงการละ 1 เมกะวัตต์ รวม 14 เมกะวัตต์ โดยเป็นพันธมิตรกับโฮมโปรและเดอะมอลล์กรุ๊ป ทำให้ TSE ถือเป็นผู้ประกอบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาอาคารพาณิชย์ (Commercial Rooftop) รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ