(เพิ่มเติม) YNP คาดกลับเข้าเทรดได้ภายใน 1-2 ปีนี้ รอออร์เดอร์"วีโก้"ใหม่ดันกำลังผลิต

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday March 26, 2015 12:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายรัชดา สุวรรณจินดา ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บมจ.ยานภัณฑ์(YNP)เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถนำหุ้น YNP กลับเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามปกติภายใน 1-2 ปี โดยในปี 57 ผลประกอบการของบริษัทมีกำไรสุทธิเล็กน้อย จากปี 53 ที่เป็นปีที่บริษัทแจ้งงบการการเงินกับตลาดหลักทรัพย์หลังสุดมีผลขาดทุนสุทธิ และจากนั้นตั้งแต่ไตรมาส 1/54 เป็นต้นมาบริษัทก็ยังไม่ได้แจ้งงบการเงินต่อตลาดหลักทรัพย์ฯเลย
"บริษัทคงจะแจ้งงบการเงินหลังจาก เม.ย.นี้ จากที่บริษัทมีผลขาดทุนตั้งแต่ปี 54 ซึ่งเป็นปีที่น้ำท่วม และหลังจากนั้นบริษัทก็ไม่ได้ส่งงบการเงินเลย แต่ปี 57 มีกำไรบางๆ...จะกลับมาเทรดได้เมื่อไร คงจะเร่งให้เร็วที่สุด ตอนนี้ก็ดำเนินการอยู่และก็เร่งให้เร็วที่สุดที่จะทำให้หุ้นกลับมาเทรดได้อีกครั้ง คิดว่าภายใน 1 ปี 2 ปีนี้น่าจะกลับเข้ามาเทรดได้ ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างคุยกับตลาดหลักทรัพย์ฯ"นายรัชดา กล่าว

อนึ่ง YNP รายงานงบการเงินครั้งหลังสุดคือในปี 53 บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 9,555 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ ขณะที่ปัจจุบัน YNP ยังมิได้นำส่งงบการเงินงวดไตรมาส 1-3 ของปี 54-56 งบการเงินปี 54-56 และงบการเงินงวดไตรมาส 1-3 ของปี 57 ตลาดหลักทรัพย์ ประกาศว่าหลักทรัพย์ของ YNP เข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและการดำเนินงานระยะที่ 1 (NC ระยะที่ 1) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2557 โดยคงเครื่องหมาย SP และ NC

นายรัชดา กล่าวว่า บริษัทยังไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายหรือยอดผลิตในปีนี้ เพราะต้องรอการยืนยันคำสั่งซื้อหลังจากเสร็จสิ้นงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ที่จัดขึ้นปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือน เม.ย.ก่อน ขณะที่มองว่าภาพอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ปีนี้น่าจะยังทรงๆ เพราะเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เพราะค่ายรถแต่ละแห่งก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทนยังมียอดผลิตสินค้าที่ไม่ใช่ขิ้นส่วนรถยนต์เข้ามาเสริม โดยหันไปขยายหรือเพิ่มรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรและเครื่องจักรกลหนักเข้ามาชดเชย ปัจจุบันบริษัทมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลัก เช่น คูโบต้า และยันม่าร์ ทำให้สัดส่วนรายได้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นมาเกือบ 10% ของยอดขาย จากเดิมมีไม่มากนัก ซึ่งทั้งราคาและกำไรดีกว่าชิ้นส่วนยานยนต์ แม้ปริมาณคำสั่งซื้อจะน้อยกว่า

"ตัวเลขยอดผลิตรถยนต์ที่แน่นอนยังไม่กล้าคอนเฟิร์ม แต่ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปรอหลังมอเตอร์โชว์ ปีนี้เราตั้งเป้ารอ..เพราะเราได้ขยายอุตฯไปยังเครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องจักรกลหนัก ซึ่งตรงนี้อาจจะทำให้ยอดเพิ่มขึ้นเพราะธุรกิจนี้ไม่ได้ drop ไปพร้อมกับรถยนต์ ไม่ได้อ้างอิงตาม automotive จึงกำลังดูยอดว่ากลุ่มนี้จะออร์เดอร์เข้ามาเท่าใด"นายรัชดา กล่าว

สำหรับลูกค้าในกลุ่มรถยนต์ของบริษัทมีเกือบทุกค่าย เช่น โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ ฮีโน ฟอร์ด และมาสด้า เป็นต้น แม้ว่าในช่วง 1-2 เดือนี้ คำสั่งซื้อจะลดลงไปบ้าง เนื่องจากโตโยต้า วีโก้ เปลี่ยนรุ่นใหม่ ทำให้ตอนนี้โมเดลเก่าลดการสั่งซื้อชิ้นส่วนลง ซึ่งวีโก้ตัวใหม่น่าจะออกไม่เกินกลางปีนี้ และบริษัทน่าจะได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้น แม้จะลดกำลังการผลิตของค่ายโตโยต้า แต่ก็ยังมีลูกค้ารายอื่น แม้จะยังต้องรอสรุปตัวเลขคำสั่งซื้อของแต่ละค่าย

"ตัวเลขยังชัดเจนเพราะโตโยต้ายังไม่แจ้งมา แต่ตอนนี้ออร์เดอร์ที่ลดลงเพื่อจะไปเพิ่มตัวใหม่ซึ่งเป็นธรรมชาติปกติของผู้ผลิตรถยนต์อยู่แล้ว ของเราผลิตชิ้นส่วนภายในบอดี้ของรถยนต์เป็นภายในรถมากกว่า ซึ่งกระทบแค่ช่วงสั้นภายใน 1-2 เดือนนี้ ไม่ใช่ระยะยาว และเดือนเม.ย.ที่ลดลงก็เพราะวันหยุดเยอะด้วย...ตอนนี้รออุบๆกันไว้ก่อน จึงยังไม่มั่นใจทุกคนก็รองานมอเตอร์โชว์จบลงจะสามารถบอกวอลุ่มได้"นายรัชดา กล่าว

ปัจจุบัน อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานทั้ง 3 แห่ง อยู่ที่ 70% ลดลงจากช่วงปกติที่ผลิตมากกว่า 80% จากความสามารถผลิตเต็มกำลัง(capacity)100% จะคิดเป็นมลค่า 12,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งช่วงภาวะเศรษฐกิจดีก็เคยเดินเครื่องผลิตเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ก็ยังเปิดดำเนินการทุกแห่งตามปกติในทุกไลน์การผลิต แต่วอลุ่มอาจจะลดลงบ้าง และในส่วนพนักงานก็มีการลดการทำงานเป็นวันละ 1 กะ จากในอดีตที่มีทั้งเข้ากะเพิ่มและมีพนักงานทำล่วงเวลา

"แต่ตอนนี้คิดว่าน่าจะมีเข้ากะบวก OT กำลังรอดูหลายๆด้านอยู่ เพราะเป็นช่วงรถยนต์เปลี่ยนโมเดลและตัวเลขยังสวิงอยู่"นายรัชดา กล่าว

ส่วนจะมีการปรับลดค่าใช้จ่ายของบริษัทในด้านอื่น ๆ หรือไม่นั้น นายรัชดา กล่าวว่า ยังไม่ทราบเป้าหมายที่แน่นอน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ