ทริสฯ คงอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ และแนวโน้ม THCOM ที่ “A-/Stable"

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday July 29, 2015 17:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ทริสเรทติ้งยืนยันอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บมจ.ไทยคม(THCOM) ที่ระดับ “A-" ด้วยแนวโน้ม “Stable" หรือ “คงที่"

อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการตลาดของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการธุรกิจสื่อสารดาวเทียมเพียงรายเดียวในประเทศไทย ตลอดจนโอกาสทางการเติบโตที่ดีของบริษัทซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ช่องรับส่งสัญญาณดาวเทียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับธุรกิจการกระจายเสียงและแพร่ภาพออกอากาศในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในการพิจารณาอันดับเครดิตยังรวมถึงกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและผลประกอบการที่ดีในธุรกิจดาวเทียมแบบทั่วไปซึ่งมีปัจจัยเกื้อหนุนจากการมีความจุช่องสัญญาณที่เพิ่มขึ้นจากดาวเทียมดวงใหม่ อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวก็มีข้อจำกัดบางประการจากการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ รวมถึงจากกฎระเบียบที่ซับซ้อนในธุรกิจสื่อสารดาวเทียม และค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนขนาดใหญ่สำหรับการลงทุนในดาวเทียมดวงใหม่

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable" หรือ “คงที่" สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะยังคงความสามารถในการแข่งขันและรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากบริษัทประสบความสำเร็จตามแผนธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นให้แก่สถานะทางการเงิน อันดับเครดิตอาจได้รับแรงกดดันให้ต้องปรับลดลงหากบริษัทก่อหนี้เชิงรุกเพื่อการลงทุน หรือหากบริษัทประสบความล้มเหลวในการปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร หรือหากเกิดความขัดข้องขึ้นกับดาวเทียมในวิถีโคจรซึ่งล้วนส่งผลในแง่ลบต่อสถานะทางธุรกิจของบริษัททั้งสิ้น

THCOM ก่อตั้งในปี 2534 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2537 บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์(INTUCH) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทโดยมีสัดส่วนการถือหุ้น ณ เดือนเมษายน 2558 จำนวน 41% ของหุ้นทั้งหมด ปัจจุบันบริษัทให้บริการการสื่อสารด้วยดาวเทียมแบบวงโคจรค้างฟ้าจำนวน 4 ดวง โดยเป็นดาวเทียมแบบทั่วไป 3 ดวง คือ ไทยคม 5 ไทยคม 6 และไทยคม 7 และเป็นดาวเทียมแบบบรอดแบนด์ 1 ดวง คือ ไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ บริษัทยังลงทุนในบริษัทที่ให้บริการด้านการสื่อสารในประเทศลาวและลงทุนในธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตและสื่อด้วย บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 10,004 ล้านบาทในปี 2557 และ 3,074 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 โดยรายได้จากธุรกิจดาวเทียมคิดเป็นสัดส่วน 75% ของรายได้รวมของบริษัทในไตรมาสแรกของปี 2558 สัดส่วนรายได้จากดาวเทียมแบบทั่วไปคิดเป็น 55% และจากดาวเทียมไอพีสตาร์คิดเป็น 45% ของรายได้จากธุรกิจดาวเทียม ฐานลูกค้าดาวเทียมทั่วไปของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนฐานลูกค้าดาวเทียมไอพีสตาร์ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย และจีน

สถานะที่แข็งแกร่งทางธุรกิจของบริษัทได้รับแรงหนุนจากตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมแบบทั่วไปของบริษัทที่อยู่ในตำแหน่งที่มีศักยภาพสูงในการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ ตลอดจนลักษณะความเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาได้ยาก ได้แก่ การมีตำแหน่งวงโคจรที่มีจำกัด เงินลงทุนที่สูง ตลอดจนความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีอวกาศ ธุรกิจดาวเทียมของบริษัทสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอภายใต้สัญญาเช่าระยะปานกลางถึงระยะยาว ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 อัตราการใช้ช่องรับส่งสัญญาณดาวเทียมแบบทั่วไปของบริษัทอยู่ที่ 78% ของความจุทั้งหมด ในขณะที่อัตราการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์อยู่ที่ 57% อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความเสี่ยงในด้านการแข่งขันกับผู้ประกอบการให้บริการดาวเทียมที่มีพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทับซ้อนในภูมิภาคเดียวกัน ดาวเทียมบรอดแบนด์ของบริษัทเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางเลือกสำหรับการส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังผู้ใช้ปลายทาง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้กำหนดบทบาทของตนมิให้เป็นคู่แข่งขันกับเทคโนโลยีอื่น ๆ แต่จะให้บริการที่เป็นการเสริมกันมากกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญกับความ ท้าทายในสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่ซับซ้อนในขณะที่ต้องปฏิบัติตามโครงสร้างกฎระเบียบสากลและกฎระเบียบด้านดาวเทียมของภูมิภาคที่ยุ่งยากซับซ้อนด้วย

เมื่อปีที่แล้วบริษัทได้ปล่อยดาวเทียมใหม่ 2 ดวงขึ้นสู่วงโคจร คือ ดาวเทียมไทยคม 6 ในเดือนมกราคม และดาวเทียมไทยคม 7 ในเดือนกันยายน ดาวเทียมทั้ง 2 ดวงนี้เพิ่มความจุช่องรับส่งสัญญาณจำนวน 47 ช่อง (Transponder Equivalent -- TPE) และช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคตให้แก่บริษัท ดาวเทียมไทยคม 6 ซึ่งมีความจุจำนวน 33 ช่องสัญญาณให้บริการแก่ธุรกิจการกระจายเสียงและแพร่ภาพออกอากาศในพื้นที่ย่านอินโดจีนและอาฟริกาเป็นสำคัญ หลังจากดาวเทียมไทยคม 6 ได้รับการปล่อยขึ้นสู่วงโคจรแล้ว จำนวนช่องโทรทัศน์ที่ใช้บริการดาวเทียมของบริษัทก็เพิ่มขึ้นจาก 641 ช่อง ณ สิ้นปี 2556 เป็น 766 ช่อง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 จำนวนช่องโทรทัศน์ที่มีความละเอียดสูง (High-definition -- HD) เพิ่มขึ้นเป็น 112 ช่อง จาก 74 ช่องในปี 2556 ความนิยมในช่องโทรทัศน์ความละเอียดสูงและช่องโทรทัศน์ความละเอียดสูงพิเศษ (Ultra HD) จะส่งผลดีต่อการเติบโตของบริษัทในอนาคต นอกจากนี้ กฎการเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (Must Carry) และโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิตอล (Multiplexers -- Mux) รวมถึงการให้บริการระหว่างการเดินทาง (Mobility Services) ยังช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มการเติบโตจะยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ณ เดือนมิถุนายน 2558 อัตราการใช้ช่องรับส่งสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 6 อยู่ที่ 65% เพิ่มขึ้นจาก 59% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2557

บริษัทเผชิญกับความท้าทายในการขายช่องรับส่งสัญญาณที่เหลือในอาฟริกา ดาวเทียมไทยคม 7 ซึ่งมีความจุ 14 ช่องสัญญาณนั้นให้บริการด้านการสื่อสารคมนาคมเป็นหลัก คาดว่าอัตราการใช้ช่องรับส่งสัญญาณของดาวเทียมไทยคม 7 จะเพิ่มขึ้นจาก 59% ในเดือนมิถุนายน 2558 เป็น 100% ภายในปีนี้เนื่องจากบริษัทขายช่องรับส่งสัญญาณส่วนที่เหลือหมดแล้ว บริษัทวางแผนจะปล่อยดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจรในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 โดยดาวเทียมไทยคม 8 มีความจุ 24 ช่องสัญญาณในย่านความถี่ Ku (Ku-band) โดยจะให้บริการสำหรับธุรกิจการกระจายเสียงและแพร่ภาพออกอากาศเป็นหลัก

บริษัทเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมบรอดแบนด์เพียงรายเดียวในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกโดยเน้นขายช่องสัญญาณให้แก่บริษัทโทรคมนาคม ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และโครงการภาครัฐ อัตราการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นจาก 53.4% ในปี 2556 เป็น 57% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2558 โดยเพิ่มขึ้นจากอัตราการใช้ดาวเทียมไอพีสตาร์ในประเทศมาเลเซีย ออสเตรเลีย พม่า และอินเดียเป็นสำคัญ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าคาดว่าพื้นที่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียจะเป็นพื้นที่ที่มีการใช้งานดาวเทียมไอพีสตาร์เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้งานช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์ในโครงการ National Broadband Network (NBN) ของประเทศออสเตรเลียจะหมดอายุในเดือนกันยายน 2560 และรัฐบาลออสเตรเลียกำลังจะปล่อยดาวเทียมบรอดแบนด์ของตนเองขึ้นสู่วงโคจรในช่วงปลายปี 2558 นี้ บริษัทจึงวางแผนจะขยายการบริการไปยังตลาดภาคธุรกิจเอกชนเพื่อทดแทนโครงการ NBN นอกจากนี้ ช่องสัญญาณที่เหลือของดาวเทียมไอพีสตาร์ก็มีข้อจำกัดในด้านเวลาการขายเนื่องจากดาวเทียมไอพีสตาร์มีอายุคงเหลืออีกเพียง 6 ปี บริษัทจึงกำลังพิจารณาโอกาสทางธุรกิจของดาวเทียมแบบทั่วไปและดาวเทียมบอร์ดแบนด์ดวงใหม่เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป

สถานะทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต รวมถึงจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น สภาพคล่องที่เพียงพอ และระดับภาระหนี้สินที่ยอมรับได้ รายได้ของบริษัทในปี 2557 เพิ่มขึ้น 27% จากปี 2556 และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนแล้ว รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นอีก 8% สำหรับช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 ในช่วงปี 2558-2560 ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะอยู่ในช่วง 12,000-14,000 ล้านบาทต่อปี โดยปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจจะมาจากอัตราการใช้ดาวเทียมแบบทั่วไปที่สูงขึ้นและการปล่อยดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจร เมื่อพิจารณาถึงต้นทุนการดำเนินงานที่สูงสำหรับการบริหารดาวเทียมดวงใหม่แล้ว คาดว่าอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (หรือกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) ของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่งที่ระดับที่สูงกว่า 40% เงินทุนจากการดำเนินงานในปี 2557 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4,573 ล้านบาท เปรียบเทียบกับ 3,388 ล้านบาทในปี 2556 ทริสเรทติ้งคาดว่าต่อไปในภายหน้า เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทจะเติบโตสู่ระดับที่มากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี โดยอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมจะสูงกว่า 40% ในช่วงปี 2558-2560

เงินกู้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 8,515 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 10,497 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนในดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 บริษัทวางแผนค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนในช่วงปี 2558-2560 โดยรวมประมาณ 4,000 ล้านบาทสำหรับลงทุนในดาวเทียมไทยคม 8 เป็นสำคัญ คาดว่าบริษัทจะใช้กระแสเงินสดภายในบางส่วนเป็นค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนเพื่อการลงทุน โดยอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจะอยู่ในระดับไม่เกิน 40% ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าสถานะทางการเงินของบริษัทจะอ่อนแอลงหากบริษัทมีการลงทุนในดาวเทียมดวงใหม่เพิ่มเติม


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ