ผู้บริหาร CGS ยันไม่ได้เจรจาขายกิจการ-พอร์ตรายย่อยแม้ถูกทาบ,ตั้งเป้ารักษามาร์เก็ตแชร์ที่กว่า 2%

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday May 18, 2016 11:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางสุดธิดา จิระพัฒน์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) เปิดเผยกับ"อินโฟเควสท์"ว่า บริษัทไม่ได้อยู่ในระหว่างการเจรจาขายกิจการหรือพอร์ตลูกค้ารายย่อยตามที่มีกระแสข่าวลือ แม้ยอมรับว่าจะมีผู้ที่สนใจเข้ามาติดต่อบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีข้อตกลงใด ๆ เกิดขึ้น โดยขณะนี้บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง เน้นประคองส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ธุรกิจหลักทรัพย์ที่กว่า 2%

"สำหรับข่าวลือทั้งหลาย (เรื่องขายกิจการ รวมไปถึงขายพอร์ตรายย่อย) ก็ลือกันไป แต่ก็มีคนมาจีบเหมือนกัน แต่ทางบริษัทฯยังไม่ได้ตกลงอะไรกับใครทั้งนั้น ถ้ามีการตกลงก็จะประกาศให้ทราบโดยทั่วถึงกันอยู่แล้ว...ตอนนี้ยังดูแลลูกค้า ทำธุรกิจเหมือนเดิม ทีมมาร์เก็ตติ้งของบริษัทก็ยังมีเยอะ เพราะมีสาขาเยอะตั้ง 40 กว่าสาขา มีลูกค้าเป็นหมื่นราย อีกทั้งลูกค้าก็ให้ความเชื่อถือบริษัท เพราะเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่มานานมากแล้ว"นางสุดธิดา กล่าว

อย่างไรก็ตาม นางสุดธิดา กล่าวว่า ในอดีตบริษัทเคยตั้งเป้าหมายมาร์เก็ตแชร์ขึ้นเป็นอันดับ TOP 5 แต่ปัจจุบันขอแค่อยู่บน Bottom line ก็พอใจแล้ว เพราะทำให้ได้ผลกำไรมากกว่าที่บริษัทฯคาด โดยปัจจุบันมาร์เก็ตแชร์ธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทฯก็มีอยู่ประมาณกว่า 2% ซึ่งการที่นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ลาออกไปจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CGS พร้อมทีมงานบางส่วน ไม่ได้มีผลกระทบต่อการทำงานของบริษัทมากนัก และบริษัทก็ยังไม่คิดที่จะหาทีมงานใหม่เข้ามาแทนที่

"แม้ทีมคุณชนะชัยออกไปก็ไม่ได้สร้างผลกระทบต่อ Bottom line แต่อย่างใด บริษัทฯยังคงทำผลกำไรได้ดีเหมือนเดิม ผลการดำเนินงานของบริษัทงวดไตรมาส 1/59 ไม่ได้ขี้เหร่ และบริษัทยังมีนโยบายที่จะพยายามหารายได้ให้มากขึ้น และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายลง"นางสุดธิดา กล่าว

นางสุดธิดา กล่าวต่อว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ในปัจจุบันนี้มีการแข่งขันกันมาก ทำให้บริษัทต้องพยายามทำทุกอย่างทั้งการหาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมานำเสนอ รวมไปถึงการดูแลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแม้ว่าจะเป็นยุคของอินเตอร์เน็ต แต่คนไทยก็ยังติดนิสัยพูดคุย และยังต้องการคนมาดูแล ดังนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่มาร์เก็ตติ้งก็ยังเป็นที่ต้องการของลูกค้า แต่ก็ยอมรับว่าคนรุ่นใหม่มักจะชอบเทรดหุ้นเองผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งก็เป็นไปตามยุคสมัย

สำหรับธุรกิจวาณิชธนกิจ (IB) ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทพอสมควร โดยขณะนี้บริษัทมีงานที่ปรึกษาทางการเงินให้กับลูกค้าที่ต้องการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่หลายรายที่อยู่ระหว่างการทำดีล จึงยังไม่สามารถจะบอกรายละเอียดได้


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ