ทริสฯ จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5,000 ลบ.“ดีแทค ไตรเน็ต" ที่ “AA+/Stable"

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday July 7, 2016 13:14 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาทของ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ไถ่ถอนภายในปี 2569 ที่ระดับ “AA+" พร้อมทั้งยืนยันอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “AA+" โดยแนวโน้มยังคง “Stable" หรือ “คงที่"

ทั้งนี้ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ชุดใหม่ใช้แทนอันดับเครดิตหุ้นกู้เดิมที่ได้รับการจัดอันดับเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 เนื่องจากบริษัทมีความประสงค์จะขยายระยะเวลาไถ่ถอนเพิ่มเป็นภายใน 10 ปี จากเดิม 7 ปี โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระหนี้เงินกู้ยืม ใช้ในการลงทุน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

อันดับเครดิตสะท้อนถึงความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทย่อยรายสำคัญของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) (อันดับเครดิต AA+/Stable) ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ การประเมินอันดับเครดิตยังพิจารณาถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่ง ตลอดจนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ครอบคลุม และแนวโน้มการเติบโตที่ดีของอุปสงค์การใช้บริการด้านข้อมูลด้วย โดยอันดับเครดิตยังได้รับแรงหนุนจากการสนับสนุนจาก Telenor ASA (Telenor) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวลดทอนลงจากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมสื่อสารแบบไร้สายและการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อขยายโครงข่ายทั่วประเทศ

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable" หรือ “คงที่" สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะยังคงสถานะเป็นบริษัทย่อยที่สำคัญของบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นต่อไป โดยที่การย้ายลูกค้าไปยังโครงข่ายของบริษัทภายใต้ใบอนุญาตจะยังคงดำเนินต่อไปซึ่งจะช่วยลดต้นทุนส่วนแบ่งรายได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงใดใดที่กระทบอันดับเครดิตของบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจะส่งผลต่ออันดับเครดิตของบริษัทตามไปด้วย

บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต เป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดย บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) บริษัทก่อตั้งในปี 2549 โดยในช่วงเริ่มแรกได้ให้บริการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ (International Direct Dialing -- IDD) ต่อมาในเดือนธันวาคม 2555 บริษัทได้รับใบอนุญาตอายุ 15 ปีในการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ทซ์ (Gigahertz -- GHz) หลังจากชนะการประมูลและได้รับใบอนุญาต บริษัทได้พัฒนาโครงข่ายโดยใช้เทคโนโลยี 3 จี (3G) และ 4 จี (4G) LTE (Long Term Evolution) และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2556 และในเดือนพฤษภาคม 2557 ตามลำดับ

อันดับเครดิตของบริษัทดีแทค ไตรเน็ต สะท้อนสถานะของบริษัทในการเป็นบริษัทย่อยที่สำคัญของ DTAC โดยพิจารณาจากทั้งการสร้างกำไร ฐานลูกค้า และบทบาทในการสร้างรายได้บนโครงข่ายภายใต้ใบอนุญาตในปี 2558 บริษัทมีรายได้รวม 64,680 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปี 2557 บริษัทสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วน 74% ของรายได้รวมของ DTAC และประมาณ 90% ของรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (Interconnection Charge -- IC) นอกจากนี้ บริษัทยังสร้างกำไรคิดเป็น 41% ของกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทแม่

ทั้งนี้ DTAC มีส่วนควบคุมการดำเนินงานของบริษัทอย่างเต็มที่โดยผ่านช่องทางการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังใช้ทรัพยากรและอุปกรณ์โครงข่ายร่วมกันกับ DTAC เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าด้วย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2559 บริษัทมีลูกค้าจำนวน 23.1 ล้านราย คิดเป็น 90% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมดของ DTAC บริษัทถือเป็นบริษัทย่อยที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและพัฒนาโครงข่ายสื่อสารแบบไร้สาย ทั้งนี้ เนื่องจากการให้บริการเทคโนโลยี 2 จีบนคลื่นความถี่ภายใต้ระบบสัมปทานของ DTAC จะหมดอายุในปี 2561 และลูกค้าทั้งหมดของ DTAC ก็จะถูกย้ายไปอยู่บนโครงข่ายของบริษัทในที่สุด เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นดังกล่าวแล้ว ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ รวมไปถึงได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในช่วงเวลาที่จำเป็น

การประเมินอันดับเครดิตยังพิจารณาถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทและโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ครอบคลุมด้วยเช่นกัน บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 28% ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดบนโครงข่าย 3 จีและ 4 จี ทั้งนี้ DTAC พยายามสร้างการเติบโตจากแหล่งรายได้อื่นทดแทนรายได้การให้บริการเสียงที่อิ่มตัว โดยเน้นสร้างรายได้จากบริการด้านข้อมูลมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมุ่งเน้นขยายพื้นที่ให้บริการ 4 จี ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2559 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นบริการบนโครงข่ายคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ทซ์ของบริษัท

นอกจากนี้ การประเมินอันดับเครดิตยังพิจารณารวมถึงอุปสงค์ในด้านบริการข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีซึ่งกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง รวมไปถึงราคาเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ถูกลงยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการมีสัดส่วนรายได้จากบริการข้อมูลที่สูงขึ้น

อันดับเครดิตของบริษัทยังมีการสนับสนุนด้านการบริหารจัดการและเทคโนโลยีที่ Telenor มีให้แก่ DTAC เป็นปัจจัยเสริมความแข็งแกร่งอีกด้วย โดย Telenor เป็นบริษัทที่ให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมจากประเทศนอร์เวย์และเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ DTAC ธุรกิจในประเทศไทยถือว่ามีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัท Telenor โดย DTAC ถือเป็นบริษัทที่สร้างรายได้ในระดับแนวหน้าในกลุ่มบริษัทที่ Telenor ลงทุนนอกประเทศนอร์เวย์ ความสำคัญดังกล่าวทำให้ทริสเรทติ้งคาดหวังว่า Telenor จะยังคงให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ DTAC ในเวลาที่จำเป็นต่อไป

ในทางกลับกัน อันดับเครดิตของบริษัทถูกลดทอนบางส่วนจากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในสภาวะที่ตลาดค่อนข้างอิ่มตัวและมีความอ่อนไหวต่อราคา ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะแข่งขันกันด้วยราคาแพคเกจและกิจกรรมทางการตลาดที่เข้มข้นมากขึ้นเพื่อที่จะรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาดของตน นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังมีข้อจำกัดจากค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนที่ต้องใช้จำนวนมากเพื่อลงทุนขยายโครงข่าย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงในเทคโนโลยี 4 จีเพื่อขยายโครงข่ายบริการให้ครอบคลุมอันเป็นผลจากอุปสงค์ของบริการข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้น

รายได้จากการให้บริการของบริษัทเติบโตจาก 56,300 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 63,694 ล้านบาทในปี 2558 บริษัทมีอัตราส่วนกำไร (อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้) เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปี 2557 เป็น 17.5% ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นยังคงได้รับแรงกดดันจากต้นทุนในการใช้โครงข่ายพร้อมกัน 2 โครงข่าย รวมทั้งจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจำนวนมาก และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูง บริษัทมีเงินทุนจากการดำเนินงานเพิ่มจาก 7,208 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 10,659 ล้านบาทในปี 2558 และมีเงินกู้รวม 48,500 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 จากการออกหุ้นกู้ในปี 2558 เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงข่าย ทั้งนี้ เงินกู้รวมดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ยืมจากบริษัทแม่จำนวน 15,500 ล้านบาท

ในช่วงปี 2559-2561 ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทจะขยายตัวต่อเนื่องในระดับปานกลางซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการย้ายลูกค้าออกจากโครงข่ายภายใต้ระบบสัมปทานของ DTAC ไปยังโครงข่ายใบอนุญาตประกอบการของบริษัท นอกจากนี้ การบริการข้อมูลยังมีแนวโน้มเติบโตดี คาดว่าบริษัทจะมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนจากส่วนแบ่งรายได้ (Regulatory Cost) ที่ลดลงจากฐานลูกค้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เงินทุนจากการดำเนินงานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นและเข้าใกล้ระดับเงินทุนของ DTAC ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนในช่วงปี 2559-2561 จำนวนประมาณ 56,000 ล้านบาท และบริษัทอาจต้องใช้เงินทุนเพิ่มขึ้นหากชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ในอนาคต

ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าสถานะการเงินของบริษัทในช่วงระยะปานกลางจะยังคงอ่อนแอกว่าสถานะการเงินของ DTAC ทริสเรทติ้งยังคาดว่า DTAC จะยังคงให้ความช่วยเหลือแก่บริษัทต่อไปอย่างเต็มที่ และความสามารถในการก่อหนี้ของบริษัทจะขึ้นอยู่กับคุณภาพอันดับเครดิตของ DTAC เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยการสนับสนุนจากบริษัทแม่และการเปลี่ยนถ่ายฐานลูกค้าและโครงข่ายจากบริษัทแม่มายังบริษัททำให้เชื่อว่าบริษัทจะมีความแข็งแกร่งทางการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ