"ซัมมิท แคปปิตอล"ตั้งเป้าปี 60 ยอดสินเชื่อรวมโต 35% คุม NPL ที่ 1.2% จากปีก่อน 0.9%

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday January 10, 2017 17:29 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายวิชิต พยุหนาวีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด ในเครือซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในปี 60 บริษัทตั้งเป้ายอดสินเชื่อรวมของบริษัทเติบโต 35% จากปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ 88% และสินเชื่อบุคคละ 12% ซึ่งก็จะทำให้มียอดหนี้คงค้างที่ 7,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 59 ที่ 5,400 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาท มาจากสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ 95% สินเชื่อส่วนบุคคล 5%

พร้อมรุกตลาดขยายสาขาเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 84% หรือ 65 จังหวัดในประเทศไทย วางแผนเพิ่มจำนวนสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 24% หรือประมาณ 8,000 ถึง 10,000 สัญญาต่อเดือน ยังคงรักษาและสร้างพันธมิตรดีลเลอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมรุกตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์โดยกำหนดเพิ่มวงเงินสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ 26% หรือประมาณอีก 1 พันล้านบาท

และเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของจำนวนลูกค้าทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว ในไตรมาส 1/60 บริษัทฯ จะนำระบบการสมัครสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่เจ้าหน้าที่สามารถทำงานผ่านสมาร์ทโฟนมาให้บริการ โดยถือเป็นการเพิ่มความคล่องตัว และสามารถลดระยะเวลาการนำส่งใบสมัคร พร้อมรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าได้ 100% เพื่อให้สามารถรองรับต่อการเติบโต บริษัทได้ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบุคลากรอีก 27% หรือ เพิ่มจำนวนบุคลากรมากกว่า 290 คนในปี 60

ทั้งนี้ ในปี 61 บริษัทตั้งเป้าหมายจะขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซด์ในประเทศไทย โดยปี 60 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มเป็น 1 แสนคัน/ปี จากนั้นในปี 61 จะขยับเป็น 1.2-1.4 แสนคัน/ปี จากปี 59 ที่ 8 หมื่นคัน/ปี

"ด้วยกลยุทธ์ที่เรามุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมาโดยตลอด ทำให้เรามั่นใจว่าบริษัทฯ จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในฐานะผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่มียอดปล่อยสินเชื่อสูงที่สุด และเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคให้ได้ภายในปี 2561 อย่างแน่นอน"นายวิชิตกล่าว

สำหรับยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ปี 60 คาดว่าจะเติบโต 3-5% จากปี 59 อยู่ที่ 1,738,254 คัน แต่บริษัทให้บริการเช่าซื้อ (สัญญาเช่าซื้อใหม่) เติบโต 4.50% จากปี 58 ที่ 7.7 หมื่นคัน ถือว่าเราเติบโตมากกว่าตลาด โดยสิ้นปี 59 ยอดหนี้คงค้างที่ 5,400 ล้านบาท เติบโต 23.7% จากปี 58 ที่ 4,357 ล้านบาท

"ปี 60 มองยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์น่าจะเพิ่มขึ้น 3-5% เพราะมองว่าเศรษฐกิจปีนี้น่าจะดีกว่าปี 59 โดยคาด GDP ที่ 3.2% ส่งออกดีขึ้น 3% จากปีก่อนติดลบ และทัวร์ริซน่าจะดีขึ้น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้น่าจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ก็เชื่อว่าธุรกิจขายรถมอเตอร์ไซด์น่าจะดีขึ้น ถ้าเศรษฐกิจดีก็จะมีผลให้พนักงานโรงงาน หรือคนชับมอเตอร์ไซด์รับจ้างซื้อรถใหม่มากขึ้น"นายวิชิต กล่าว

ส่วนลูกค้าค้างชำระสิ้นปี 59 อยู่ที่ 9.70% จาก 10.70% ณ สิ้นปี 58 เพราะสามารถควบคุมคุณภาพลูกค้าได้ ซึ่งจะเห็นการขยายธุรกิจและควบคุมคุณภาพลูกค้าได้ดีด้วย ขณะที่หนี้สงสัยจะสูญ (NPL) ในปี 60 จะควบคุมไม่ให้เกิน 1.20% จากสิ้นปี 59 ที่อยู่ในระดับ 0.9% เพราะการที่จะบุกตลาดมากขึ้นในปีนี้จึงเผื่อ NPL อาจแย่ลงเพื่อเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

"สถานการณ์รถยึดของเราน้อยลงเพราะลูกค้าตกชั้นหนี้น้อยลง เราจึงมีรถยึดน้อย จากปกติเกือบ 1,300 คัน/เดือน ตอนนี้เหลือ 1,020 คัน/เดือน ทำให้มีผลประกอบการที่ดีมากเพราะคุณภาพหนี้ดี"นายวิชิต กล่าว
นายวิชิต กล่าวว่า การเติบโตของยอดสินเชื่อรวมในปีนี้มาจาก 2 ผลิตภัณฑ์สำคัญ คือ สินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซด์คาดว่าจะเติบโต 25% จากปีก่อน และสินเชื่อส่วนบุคคลคาดว่าจะเติบโต 250% ซึ่งเป็นการโตจากฐานที่ต่ำเพราะเพิ่งเปิด บริการ 1 ก.ค.59 ทั้งนี้ ในอนาคตในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าพอร์ตรวมมาจากสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ 40% สินเชื่อส่วนบุคคล 30% และสินเชื่อใหม่ๆ ที่จะออกมาปลายปีนี้ราว 30%
"เราจะเน้นจำนวนยูนิตหรือจำนวนคัน เราจะไม่แข่งเรื่อง Outstanding ซึ่งเราอยากปล่อยให้ได้ 1 หมื่นคัน/เดือน จากปัจจุบันอยู่ที่ 7,000 คัน/เดือน และเน้นรถใหม่เป็นหลัก แต่เราจะไม่บุกตลาดบิ๊กไบค์ ซึ่งในอนาคตก็ยังโฟกัสที่มอเตอร์ไซค์ (ราคาเฉลี่ย 5 หมื่นบาท/คัน) โดยเลือกที่จะเก่งใน area ของเรา"นายวิชิต กล่าว

ด้านผลประกอบการของปี 59 รายได้ของบริษัทฯ สูงขึ้น 18% จากปี 58 โดยเงินให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ทั่วไปเฉลี่ยต่อรายสูงขึ้น 4% หรือจาก 48,000 บาท เป็น 50,000 บาท ในขณะที่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สูงขึ้น 9.20% หรือจาก 150,000 บาท เป็น 165,000 บาทต่อราย ทั้งนี้บริษัทสามารถควบคุมปริมาณลูกค้าค้างชำระได้ดีกว่าเป้าหมาย และดีกว่าปีที่ผ่านมาเท่ากับ 1%

ทั้งนี้ การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของบริษัทฯ ในปี 59 เทียบกับปี 58 พบว่าลูกค้า 48% ยังคงอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 42% อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ส่วนที่เหลืออีก 10% คือภาคตะวันตก ภาคใต้ และภาคเหนือ ยอดหนี้คงค้างในส่วนเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 24% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1 พันล้านบาทจากสิ้นปีที่ผ่านมา

นายวิชิต กล่าวถึงผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามดูอยู่ หาก 1-2 สัปดาห์ หรือถ้าไม่เกิน 1 เดือนไม่กระทบ แต่ถ้าเกิน 1 เดือน ก็จะครบดีลจ่ายค่างวดก็อาจจะต้องตั้งสำรองทันที อย่างไรก็ตาม บริษัทกำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือลูกค้าอยู่ด้วยทั้งในเรื่องค่าธรรมเนียม อาจจะยกเว้น แต่ภาคใต้ยังมีปริมาณการปล่อยค่อนข้างน้อยเพราะเพิ่งเปิดสาขาไป


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ