SCB คาดปีนี้ผลงานดีกว่าปี 59 หลังตั้งสำรองลดลง-วางเป้าสินเชื่อโต 4-6% ทุ่ม 3-4 หมื่นลบ.3 ปีปรับเทคโนโลยี

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday January 24, 2017 13:57 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารคาดว่าผลประกอบการในปี 60 จะดีกว่าปีก่อนที่สามารถทำกำไรได้ 4.76 หมื่นล้านบาท เป็นผลมาจากการตั้งสำรองลดลงจากปีก่อนที่มีการตั้งสำรอง 2.25 หมื่นล้านบาท และแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่จะปรับตัวลดลงหลังจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ดีขึ้น

"เรามองเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตดีกว่าปีก่อน เป็นผลมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น โดยสิ่งที่ธนาคารเคยดำเนินการมาก็ยังคงดำเนินการต่อไป และสิ่งที่จะทำเพิ่มขึ้นในปีนี้ก็มีหลาย ๆ อย่าง ซึ่งยุทธศาสตร์ของเราจะมีการทำในระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างฐานลูกค้า หรือการเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารเอง"นายอาทิตย์ กล่าว

ทั้งนี้ SCB ตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ราว 4-6% รักษา NPL ต่ำกว่า 3% โดยจะเน้นการปล่อยเชื่อให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน, อาหารและเครื่องดื่ม, ก่อสร้าง และภาคการค้า พร้อมกับขยายธุรกิจควบคู่ไปกับซัพพลายเชนของลูกค้า นอกจากนี้ธนาคารจะมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในกลุ่มสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต ส่วนธุรกิจที่เข้มแข็งอยู่แล้ว เช่น สินเชื่อบ้าน และรถยนต์ ก็จะยังคงรักษาระดับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยตั้งเป้าเติบโต 3-4% ในปีนี้ โดยเน้นที่ธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน, การค้าและส่งออก, วาณิชธนกิจ, ตลาดทุน และประกันชีวิต

"เราตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อปีนี้ที่ 4-6% โดยแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยโต 3% สินเชื่อรถยนต์อาจจะโตไม่มาก สินเชื่อรายใหญ่ที่คาดโต 3-5% แต่ตัวที่จะโตมาก คือ สินเชื่อพวกเครดิตการ์ด สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันคาดว่าจะโต 4-6% เพราะเรามาจากฐานที่ต่ำ"นายอาทิตย์ กล่าว

ขณะที่ธนาคารมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีกว่า 30,000-40,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี เพื่อรองรับแพลตฟอร์มดิจิตอล รวมถึงการนำเทคโนโลยี Business Intelligence ที่ช่วยให้ธนาคารตัดสินใจด้านการลงทุนได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอกธนาคาร และ เทคโนโลยี Big data analysis ที่ช่วยให้ธนาคารวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกได้มากขึ้น

"ในปี 60 ธนาคารไทยพาณิชย์จะรุกสู่การเป็นธนาคารดิจิตอลที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง พร้อมเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Gen Y ,กลุ่มลูกค้าบุคคลกลุ่ม Mass Affluent และกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อย (SME) โดยธนาคารไทยพาณิชย์ตั้งเป้าเป็นผู้นำในทุกกลุ่มลูกค้าภายใน 3 ปี จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปจากเดิม"นายอาทิตย์ กล่าว

ในปีนี้จะเป็นปีที่ SCB นำประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใหม่สำหรับบริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) และการเดินหน้าสนับสนุนโครงการ National e-Payment ของภาครัฐ ที่มีแผนการขยายการลงทะเบียนและการใช้ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ที่ปัจจุบันมีการผูกบัญชีกว่า 2 ล้านบัญชี และพร้อมจับมือกับกลุ่มธนาคารพันธมิตรในการวางเครื่องรับบัตรทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังมุ่งมั่นจะพัฒนาความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับลูกค้าในเชิงลึกผ่านพนักงานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าให้บริการผ่านเทคโนโลยีที่ใช้ใจสัมผัสได้ รวมทั้งการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการที่สาขาให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเอสเอ็มอี, กลุ่ม Wealth และกลุ่มลูกค้าบุคคลทั่วไป ซึ่งมีการจัดสรรจุดที่ตั้งของสาขาแต่ละประเภทให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มเข้าถึงได้สะดวก และมีการกำหนดรูปแบบบริการ ผลิตภัณฑ์ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกให้ตรงกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ากลุ่มนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เริ่มจากการปรับรูปแบบสาขาเพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าเอสเอ็มอี โดยมีสาขาลาดพร้าว 59 เป็นสาขานำร่อง ขณะที่ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,200 สาขา และมีจำนวนลูกค้าโดยรวมอยู่ที่ 14-15 ล้านบัญชี

นายอาทิตย์ กล่าวว่า รูปแบบของสาขา SCB จากนี้ไปจะมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดยธนาคารฯจะเริ่มปรับรูปแบบสาขา เพื่อตอบโจทย์การให้บริการแก่ลูกค้าในแต่ละคน ซึ่งระหว่างทางลูกค้าจะเจอสาขารูปแบบสาขาแตกต่างกันไป ในแต่ละจุด โดยมองการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลให้ธนาคาร เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในอนาคต ซึ่งจะทำให้องค์กรก้าวข้าม สิ่งที่องค์กรเคยทำมาในอดีต เพื่อก้าวไปสู่ในสิ่งที่ธนาคารตั้งเป้าหมาย ไว้ว่าจะเป็น The Most at Mind Bank

สำหรับการลงทุนฟินเทค (Fin Tech) และนวัตกรรมใหม่ ๆ นั้น ธนาคารไทยพาณิชย์มีแผนลงทุนผ่าน บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด โดยในอนาคตมีแผนลงทุนไปในภูมิภาคยุโรป และสหรัฐฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่า การลงทุนในรูปแบบดังกล่าว จะทำให้ธนาคารเข้าถึงสตาร์ทอัพ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กว้างมากขึ้น เพื่อนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ของธนาคาร

นายอาทิตย์ ยังเปิดเผยว่า ปลายปีนี้ธนาคารจะมีการออกและเสนอขายหุ้นุกู้เพิ่มเติม จากที่จะครบกำหนดอายุ 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือนพ.ย.60 ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมาธนาคารได้ออกหุ้นกู้ไปแล้ว 400 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อนำไปปล่อยกู้ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ