FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มสู่ระดับร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday February 6, 2017 16:04 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายคเณศ วังส์ไพจิตร เลขาธิการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับร้อนแรงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน โดยตลาดทุนทั่วโลกยังคงต้องเผชิญความผันผวนสูง ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศยังคงเจริญเติบโตได้ดีจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เมษายน 2560) อยู่ที่ 120.59 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง" (Bullish) (ช่วงค่าดัชนีระหว่าง 0 - 200) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17.09% จากเดือนที่ผ่านมาที่ 102.99

ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม โดยกลุ่มสถาบันในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นจนอยู่ในระดับร้อนแรง ขณะที่ดัชนีนักลงทุนต่างชาติและรายบุคคลยังคงอยู่ในระดับทรงตัวเช่นเดียวกับเดือนที่ผ่านมา

หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ บริการรับเหมาก่อสร้าง (CONS) ส่วนหมวดธนาคาร (BANK) เป็นหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด

ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดบัญชีไตรมาส 4/2559 และปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ ความผันผวนของกระแสเงินทุน

ในไตรมาส 1/2559 ภาพรวมเศรษฐกิจโลกกำลังเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคอยจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น ท่าทีของสหรัฐฯ ต่อการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจและการค้ากับหลายประเทศทั่วโลกที่สวนทางกับแนวนโยบายการค้าเสรี ผลพวงจากเหตุการณ์ที่สหราชอาณาจักรจะถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ที่เริ่มจะเห็นความคืบหน้าชัดเจนภายในไตรมาสนี้ ขณะที่ยุโรปอาจต้องเผชิญความเสี่ยงต่อความความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในภูมิภาคมากขึ้น ความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจสำคัญ เช่น แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่อิงจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศเป็นสำคัญ มาตรการสกัดกั้นเงินทุนไหลออกของจีน การคงไว้ซึ่งนโยบายทางการเงินผ่อยคลายอย่างยาวนาน รวมไปถึงการนำเครื่องมือ Yield Curve Control มาใช้สร้างเสถียรภาพทางการเงินของญี่ปุ่นต่อไป เป็นต้น

อย่างไรก็ดี แม้สถานการณ์โลกยังต้องเผชิญกับความเปราะบางอยู่ไม่น้อย แต่เศรษฐกิจไทยถือว่ายังได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กอปรกับความชัดเจนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐที่จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินในระบบมากขึ้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ