IRPC คาด GIM ช่วง Q2/60 ต่ำกว่า Q1/60 หลังราคาน้ำมันลด,เดินหน้าหาพันธมิตรต่อยอดผลิตภัณฑ์ PP

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday June 5, 2017 08:07 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไออาร์พีซี (IRPC) คาดว่ากำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่ม (GIM) ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต็อก ในไตรมาส 2/60 จะต่ำกว่าระดับ 15.69 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 1/60 หลังราคาน้ำมันปรับลดลง ขณะที่ราคาปิโตรเคมียังทรงตัว แม้ว่าส่วนต่าง (สเปรด) ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอะโรเมติกส์ ทั้งเบนซีน และบิวทาไดอีน อ่อนตัวลงมาสู่ระดับปกติหลังจากที่ปรับขึ้นไปมากในช่วงไตรมาสแรก หลังโรงงานหลายแห่งที่ได้หยุดซ่อมบำรุงกลับมาเดินเครื่องตามปกติ แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักเพราะมีการผลิต ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอะโรเมติกส์ไม่มากนัก

"GIM ในไตรมาส 2 น่าจะต่ำกว่าไตรมาสแรกเพราะราคาน้ำมันปรับลดลง แต่ก็ยังลุ้นอยู่เพราะไตรมาสแรกเรามี shut down แต่ไตรมาส 2 เราไม่มี โรงกลั่น run เต็มที่ ส่วนปิโตรเคมีก็ยังทรง ๆ มีบ้างที่ปรับลดลงไปในกลุ่มอะโรเมติกส์ แต่เรามีไม่เยอะก็ไม่มีผล"นายสุกฤตย์ กล่าว

นายสุกฤตย์ กล่าวอีกว่า ภาพรวมทั้งปีนี้ยังเชื่อว่า GIM ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต็อก จะสูงกว่าระดับ 13.04 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปีที่แล้ว แม้ว่าจะมีหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมันในช่วงไตรมาสแรกประมาณ 30 วัน แต่ปีนี้จะได้รับประโยชน์เต็มที่จากโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (UHV) ของโรงกลั่นที่จะเริ่มเดินเครื่องเต็มที่เมื่อกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้คาดว่าทั้งปีนี้จะมีการกลั่นน้ำมันเฉลี่ยในใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ราว 1.8 แสนบาร์เรล/วัน

ขณะที่โครงการขยายกำลังการผลิตโพลีโพรพิลีน (PP) อีก 3 แสนตัน/ปี โดยเป็นการขยายกำลังการผลิต PP จากโรงงานเดิมอีก 1.6 แสนตัน/ปี และการผลิต PP Compound (PPC) 1.4 แสนตัน/ปี จะแล้วเสร็จในสิ้นไตรมาส 2/60 ทำให้มี PP เพิ่มเป็น 7.75 แสนตัน/ปี จากปัจจุบันที่มีอยู่ 4.75 แสนตัน/ปี ซึ่งทำให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้มั่นใจว่าทั้งปีนี้จะมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) สูงกว่าระดับ 1.74 หมื่นล้านบาทในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับแผนลงทุน 5 ปี (ปี 60-64) ของบริษัทล่าสุดยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างศึกษาโครงการ BEYOND EVEREST มูลค่าลงทุน 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการต่อยอดรองรับโครงการ EVEREST เพื่อเพิ่มขีดความสามารถองค์กรในทุกด้านแล้วเสร็จ โดยคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/60 ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นการดำเนินโครงการผลิตพาราไซลีน (PX) ขนาด 1 ล้านตัน/ปี และการขยายกำลังการผลิตเอทิลีนอีกราว 50% จากที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ หากคณะกรรมการบริษัทอนุมัติโครงการภายในไตรมาส 3/60 ก็คาดว่าจะใช้เวลาอีก 5 ปีจะดำเนินการแล้วเสร็จ หรือภายในปี 65 ซึ่งมั่นใจตลาดปิโตรเคมีจะยังคงเติบโตเพราะตามปกติจะมีอัตราการขยายตัวสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่แล้ว ขณะที่การผลิต PX ดังกล่าวเป็นการใช้วัตถุดิบจากโครงการ UHV ที่มีอยู่แล้วทำให้มีการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกันบริษัทก็มองโอกาสการผลิต ผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (speciality product) เพื่อสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ ซึ่งการลงทุนในส่วนนี้จะใช้เงินลงทุนไม่มากนัก โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาพันธมิตรเพื่อร่วมต่อยอดผลิตภัณฑ์ PP ในอนาคต หลังการขยายกำลังการผลิต PP ที่จะแล้วเสร็จในกลางปีนี้ เพื่อรองรับตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังเติบโต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ