(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งขึ้น ขานรับดาวโจนส์พุ่ง-ราคาน้ำมันปรับขึ้น,จับตา SCC ประกาศงบฯ Q2/60

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday July 26, 2017 09:45 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งซิกแซกขึ้น เนื่องจากดัชนีดาวโจนส์ได้ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา จากรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯที่ออกมาดี และราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้น 2 วันติดต่อกันด้วย หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียจะลดการส่งออกน้ำมันให้ไม่เกิน 6.6 ล้านบาร์เรล/วัน และไนจีเรียก็จะเข้าร่วมการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันด้วย

ส่วนในประเทศก็ได้รับแรงหนุนจากการเดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ทำให้ช่วยหนุนภาคการลงทุน พร้อมให้ติดตามการประกาศผลประกอบการของ SCC ในวันนี้ และการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ให้จับตาเรื่องการปรับลดงบดุลของสหรัฐฯจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะบวกราว 0.1-0.2% พร้อมให้แนวรับ 1,574 จุด ส่วนแนวต้าน 1,584-1,585 ถัดไป 1,590 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (25 ก.ค.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,613.43 จุด พุ่งขึ้น 100.26 จุด (+0.47%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,412.17 จุด เพิ่มขึ้น 1.37 จุด (+0.02%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,477.13 จุด เพิ่มขึ้น 7.22 จุด (+0.29%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 142.94 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.77 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 108.76 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 14.00 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 6.92 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 8.93 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 2.70 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (25 ก.ค.60) 1,581.42 จุด เพิ่มขึ้น 4.69 จุด (+0.30%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,597.37 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ก.ค.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (25 ก.ค.60) ปิดที่ 47.89 ดอลลาร์/บาร์เรล พุ่งขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 3.3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (25 ก.ค.60) ที่ 7.44 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.46 แนวโน้มแกว่งกรอบแคบ ตลาดรอติดตามถ้อยแถลงเฟดภายหลังการประชุม
  • ครม.ไฟเขียวโครงการรถไฟฟ้าสีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ แสนล้านบาท รฟม.เตรียมหั่นสัญญางานโยธา 5 สัญญา เปิดประมูลเดือนต.ค. นี้ คมนาคมศึกษาการรวบสัญญางานโยธาและเดินรถสายสีส้ม ประมูลแบบพีพีพี หวังลดภาระรัฐบาล
  • กระทรวงคลัง ฉวยจังหวะ "บาทแข็ง" บริหารการเงิน เร่งคืนหนี้ต่างประเทศ พร้อมวางแผนโยกหนี้นอกเป็นสกุลเงินบาท หาแนวทางช่วยเหลือ "เอสเอ็มอี" เข้าถึงการประกันเสี่ยงค่าเงิน จี้แบงก์พาณิชย์เว้นค่าฟีให้ลูกค้า ด้าน ธปท. ยังเกาะติด สถานการณ์ใกล้ชิด ยอมรับเงินบาทแข็งเร็ว จากดอลลาร์อ่อน "เอฟดีไอ" ไหลเข้า
  • บริษัทจดทะเบียน (บจ.) 2 รายที่ทำธุรกิจส่งออกและผลิตยางพารา รายใหญ่ของประเทศ คือ ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (TRUBB) และบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ได้เข้าร่วมกันเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราไทย ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรการขับเคลื่อนการสร้างเสถียรภาพราคายาง
  • ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2560 อนุมัติ ค่าใช้จ่ายตามแผนการพัฒนา สนามบิน อู่ตะเภาและท่าเรือพาณิชย์ สัตหีบ จำนวน 760.77 ล้านบาท ในส่วนของงบกลางปี 2560 เพื่อรองรับโครงการสำคัญภายใต้แผนงานพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก
  • นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตยังมีเบี้ยรับรวมเติบโตประมาณ 6% ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ที่ลูกค้าจะซื้อประกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมากขึ้น และหากรัฐบาลเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีให้กับผู้ที่ซื้อประกันสุขภาพอีก ก็จะยิ่งกระตุ้นการซื้อประกันชีวิตมากขึ้นอีก
  • 'อภิศักดิ์' สั่ง สบน.เร่งปิดความเสี่ยงค่าเงินของหนี้สาธารณะต่างประเทศ มองโอกาสค่าบาทแข็งอำนวย พร้อมเร่งสวอปหนี้สกุลเงินต่างประเทศเป็นบาทแทน คาดคืบหน้าภายใน 2 เดือน

*หุ้นเด่นวันนี้

  • QH (ทรีนีตี้) "ซื้อ"เป้า 3.40 บาท คาดการณ์ยอด Presales ใน 2Q60 อยู่ที่ราว 3.6 พันล้านบาท (+20% QoQ) จากการเปิดโครงการใหม่เพียง 1 โครงการ และคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 715 ล้านบาท (+9.6% QoQ, -20% YoY) โดยอัตราการทำกำไรยังคงถูกกดดันจากการโอนโครงการในต่างจังหวัดและโครงการที่ใกล้ปิดเป็นหลัก แต่ 2H60 มองว่าจะมีการเติบโตที่โดดเด่น จากการเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการและการรับรู้กำไรพิเศษจากดีล LHBANK ใน 3Q60
  • BEAUTY (ธนชาต) "ซื้อ"เป้า 15 บาท ราคาหุ้นที่ยัง Laggard ตลาดอยู่ 4% ตั้งแต่ต้นปีขณะที่คาดกำไร 2Q60 มีจะทำจุดสูงสุดใหม่ ที่ 218 ล้านบาท +57% y-y และ +9% q-q และ PEG ที่ 0.9x ต่ำกว่ากลุ่มที่ 1.4x ทางเทคนิค Breakout downtrend เป้าหมาย 12.3 บาท
  • SEAFCO (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 16.60 บาท ผู้นำงานก่อสร้างฐานรากที่ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนลำดับแรกๆ แม้คาดกำไร 2Q60 ชะลอตามฤดูกาล แต่งานในมือที่เป็นสถิติสูงสุดใหม่ 2.1 พันล้านบาท จะทำให้การรับรู้รายได้เร่งตัวขึ้น 2H60 คาดกำไรปีนี้โต 47% Y-Y และโตต่อเนื่องอีก 23% Y-Y ในปีหน้า
  • MACO (เมย์แบงก์ กิมเอ็ง) "ซื้อ" เป้า 1.92 บาท อิง P/E 27.9 เท่า สอดรับกำไรปกติที่จะขยายตัว +31% CAGR 4 ปีข้างหน้านี้ โดยการฟื้นตัวที่เร็วกว่ากลุ่ม เกิดจากการปรับลดต้นทุนค่าเช่าป้ายลงอย่างมีนัยสำคัญ และการได้ Revenue Capacity ใหม่อีก 31% ทยอยรับรู้รายได้ปีนี้ ซึ่งทำให้ส่วนแบ่งตลาดจะพุ่งขึ้นเป็น 35% สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศอย่างเด็ดขาด ขณะที่การปรับเป้า GDP โดย ธปท. ยังส่งสัญญาณบวกต่อกลุ่มสื่อฯ โดยเฉพาะสื่อกลางแจ้ง (Out of Home Media/ Outdoor) ซึ่ง YTD เติบโตแกร่ง +16.3% YoY vs อุตสาหกรรมที่ยังติดลบ -7.1% YoY พร้อมคาดว่า กำไรปกติของ MACO จะเริ่มเข้าสู่โหมดเร่งอย่างเร็วตั้งแต่ 2Q60 หลัง CEO ใหม่ใช้กลยุทธ์ในระยะแรกด้วยการลดค่าใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ