SGP คาดกำไรปีนี้นิวไฮจากราคาขาย-ดีมานด์ LPG เพิ่ม,เล็งลงทุน 300 ลบ.สร้างคลังบรรจุก๊าซฯในมาเลย์

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 1, 2017 17:09 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรสุทธิปีนี้คาดว่าจะขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ จากที่เคยมีกำไรสุทธิสูงสุดในปี 56 ที่ระดับ 1.6 พันล้านบาท เป็นผลจากราคาขายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้น โดยในเดือน ก.ย.ราคาขาย LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 490 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือเพิ่มขึ้น 103 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากสิ้นไตรมาส 2/60 ตามความต้องการใช้ LPG ทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้นมาตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ผลการดำเนินการในช่วงครึ่งปีแรกมีความโดดเด่น โดยมีรายได้อยู่ที่ 2.77 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.08 พันล้านบาท ใกล้เคียงกับกำไรสุทธิทั้งปี 59 ที่ 1.12 พันล้านบาท

ขณะที่ยังมองแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะสูงกว่าครึ่งปีแรก เพราะในช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ โดยเฉพาะในไตรมาส 4 ที่จะเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ LPG มากที่สุด ประกอบกับบริษัทยังมองแนวโน้มราคาขายเฉลี่ย LPG จะยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นมากกว่าราคาขายเฉลี่ยในเดือน ก.ย.นี้ ทำให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก

ส่วนปริมาณขาย LPG ที่ตั้งเป้าไว้ระดับ 3.2 ล้านตันในปีนี้ คาดว่าจะทำได้เกินเป้าหมายดังกล่าว เพราะยอดขายในประเทศจีนมีแนวโน้มที่จะทะลุเป้าที่ตั้งไว้ 1.3 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 1.2 ล้านตันในปีก่อน เพราะความต้องการใช้ก๊าซ LPG ในจีนมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และการขาย LPG ในมาเลเซียยังเติบโตดีราว 5% รวมทั้งความต้องการใช้ในประเทศก็ยังอยู่ในระดับที่ดี โดยปัจจุบันสัดส่วนการขาย LPG ของบริษัทมาจากการขายในต่างประเทศ 62% และการขายในประเทศ 38% โดยการปริมาณขาย LPG ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้รายได้ในปีนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 6 หมื่นล้านบาท

ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าที่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 230 เมกะวัตต์ ในเมียนมา ที่บริษัทได้เข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 30% ได้เริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าเข้ามาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 60 จำนวน 24 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทยังไม่มีแผนที่จะเข้าไปถือหุ้นเพิ่ม แต่ก็มองหาโอกาสการเข้าไปลงทุนโรงไฟฟ้าโครงการอื่น ๆ ในเมียนมา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

นอกจากนี้บริษัทเตรียมที่จะต่อยอดจากการมีพันธมิตรในเมียนมา ด้วยการส่งออก LPG ไปขายในเมียนมา ซึ่งจะเป็นรูปแบบการร่วมทุนกับพันธมิตรเมียนมา โดยจะใช้เมืองย่างกุ้งเป็นจุดกระจาย LPG ซึ่งเตรียมประกาศความร่วมมือในเร็ว ๆ นี้

นางจินตณา กล่าวอีกว่า บริษัทเตรียมลงทุนก่อสร้างคลังบรรจุ LPG ในเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ขนาดบรรจุ 3,000 ตัน มูลค่าลงทุน 300 ล้านบาท เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการขนส่ง LPG ไปขายทางมาเลเซียตะวันออก โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในต้นปี 61 ซึ่งจะช่วยทำให้การเติบโตของปริมาณขาย LPG ในมาเลเซียเติบโตเป็น 10% ในปี 61 จากปีนี้ที่โต 5%

ขณะเดียวกันบริษัทยังเพิ่มการให้บริการเติมน้ำมันในสถานีบริการก๊าซ LPG ที่มีอยู่ทั้งหมด 45 แห่ง โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มบริการเติมน้ำมันใน 10 สถานีในช่วงแรกซึ่งจะครบในปี 61 จากปีนี้ที่จะมีการให้บริการเพียง 4-5 สถานี โดยการเพิ่มบริการเติมน้ำมันเป็นการช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทและเป็นการใช้พื้นที่ที่เหลืออยู่ของสถานีบริการก๊าซ LPG ของบริษัทให้เกิดประโยชน์ ซึ่งบริษัทได้ร่วมกับบมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) และเชฟรอนในการให้บริการ พร้อมกับวางแผนการซื้อเรือบรรทุกขนาดใหญ่เพิ่มอีก 1 ลำในช่วงที่เหลือของปีนี้ มูลค่า 18-20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยปัจจุบันบริษัทมีกองเรือบรรทุกอยู่ทั้งหมด 24 ลำ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ