(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์อิงพักฐานรอปัจจัยชี้ใหม่-จับตาแผนปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday September 25, 2017 09:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ อิงพักฐาน เนื่องจากดัชนีได้ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว และเพื่อรอปัจจัยชี้นำใหม่ โดยเฉพาะจากต่างประเทศ ในเรื่องแผนปฏิรูปภาษีของสหรัฐฯที่จะเปิดในวันนี้ (25 ก.ย.) และในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ย.) จะมีถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะต้องติดตามด้วย รวมถึงให้ติดตามสถานการณ์ในเกาหลีเหนือกับสหรัฐ

ส่วนปัจจัยในประเทศยังดีอยู่ ซึ่งในวันพรุ่งนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และใกล้ปิดงบฯไตรมาส 3/60 แล้ว ก็อาจจะมีการทำ Window Dressing ด้วยซึ่งจะมาช่วยหนุนตลาดฯ

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้แกว่งทั้งในแดนบวก-ลบ ต่างก็รอปัจจัยชี้นำใหม่เช่นกัน พร้อมให้แนวรับ 1,655-1,650 จุด ส่วนแนวต้าน 1,665-1,670 จุด

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (22 ก.ย.60) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 22,349.59 จุด ลดลง 9.64 จุด (-0.04%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 6,426.92 จุด เพิ่มขึ้น 4.23 จุด (+0.07%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,502.22 จุด ขยับขึ้น 1.62 จุด (+0.06%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 28.99 จุด, -0.10% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 7.94 จุด, -0.24% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ลดลง 33.86 จุด, -0.41% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 11.61 จุด, +0.36% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 7.63 จุด, -0.07% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 0.35 จุด, +0.02% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 0.06 จุด, +0.00% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 142.98 จุด, +0.70%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (22 ก.ย.60) 1,659.05 จุด ลดลง 11.44 จุด (-0.68%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,971.91 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 ก.ย.60
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (22 ก.ย.60) ปิดที่ระดับ 50.66 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.22%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (22 ก.ย.60) ที่ 8.30 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 33.08 แข็งค่าหลังมีแรงขายดอลล์ทำกำไร มองกรอบวันนี้ 33.05-33.15
  • คลังยังคงส่งสัญญาณหนักให้"แบงก์ชาติ"ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเพราะกังวลดอกเบี้ยที่อยู่ระดับ 1.5% แรงดึงดูดให้นักลงทุนทั่วโลกเข้ามากินส่วนต่างจากทั้งดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน ขณะเงินเฟ้อไร้แรงกดดัน มองควรปรับลดอย่างน้อย 0.5% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานตัวเลขยอดสินเชื่อคงค้างในระบบของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ณ พ.ค. 2560 มียอดรวมทั้งสิ้น 4.97 ล้านล้านบาท ส่วนยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เฉพาะสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่รับเงินฝาก 8 แห่ง อยู่ที่ 2.46 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีเอ็นพีแอลที่เกิดใหม่ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท และพวกลูกหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กลับมาเป็นเอ็นพีแอลอีก 1.54 แสนล้านบาท
  • ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด รฟท.) ได้รับทราบรายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน วงเงินลงทุน 2.8 แสนล้านบาท ระยะทางรวม 260 กิโลเมตร ขณะนี้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและรายละเอียดโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  • รมว.คลัง ให้เปิดรับสมัครนิติบุคคลต่างประเทศออกพันธบัตร หรือหุ้นกู้สกุลเงินบาท (บาทบอนด์) ในประเทศไทยรอบพิเศษขึ้น โดยให้ผู้สนใจสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.ย.-6 ต.ค. 2560 และเมื่อได้รับการคัดเลือกจะต้องออกบาทบอนด์ภายในวันที่ 1 พ.ย. 2560-31 มี.ค. 2561
  • ก.ล.ต.เล็งออกเกณฑ์ให้ผู้ออก DW เปิดเผยข้อมูลเพิ่ม หลังตรวจสอบเฉพาะเรื่อง เน้นกลุ่ม DW พบมีการรายงานข้อมูลไม่ครบถ้วน-ไม่เปิดเผยความเสี่ยงให้นักลงทุนรับทราบ

*หุ้นเด่นวันนี้

  • PSL (ไอร่า) เป้า 13.50 บาท คาดระยะสั้นได้รับปัจจัยบวกจาก BDI ล่าสุดอยู่ที่ 1,502 จุดทำระดับสูงสุดใหม่นับจาก พ.ค.57 ขณะที่คาดภาพรวมเรือเทกองระยะยาวมีแนวโน้มฟื้นตัว คาด BDI จะดีขึ้นได้ใน 2H/60 จากการปลดระวางเรือแนวโน้มเร่งตัวในระยะกลาง คาด Supply กองเรือในปีนี้จะเพิ่มต่ำราว 1-2% และปี 61 คาด Supply อาจคงที่หรือลดลงเล็กน้อย ขณะที่ผลงานเข้าใกล้จุดคุ้มมากขึ้น Q2/60 ผลงานปกติดีกว่าคาด ขาดทุนลดลงราวครึ่งหนึ่ง QoQ เหลือ 33 ล้านบาท จากคุมต้นทุน พร้อมปรับประมาณการปี 60 คาดขาดทุน 183 ล้านบาท ดีขึ้นจากเดิมคาดขาดทุนเกือบ 600 ล้านบาท และคาดพลิกกำไรปี 61
  • JWD (ธนชาต) "ซื้อ"เป้า 13.2 บาท กำไร H1/60 ฟื้นตัวแข็งแกร่งที่ 67% y-y และคาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งขึ้นไปอีก 108% ใน 2H60F ความต้องการคลังสินค้าเริ่มกลับมาจากปีก่อนที่มีประเด็นเรื่องประมงผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมี upside จากการทำ M&As และปัจจัยหนุนจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT
  • GFPT (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้า 24 บาท คาดกำไรสุทธิ Q3/60 ทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส +18% Q-Q, +54% Y-Y อยู่ที่ 585 ลบ. จาก High Season และตลาดไก่ส่งออกที่สดใสมาก โดยคาดว่าจะแตะ 8.5 พันตัน อีกทั้งต้นทุนวัตถุดิบยังถูกลงตามราคากากถั่วเหลือง และคาดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทลูกยังดีต่อเนื่อง พร้อมปรับกำไรสุทธิปี 60-61 ขึ้น 5% และ 6% เป็น 1,974 ลบ. +20% Y-Y และ 2,200 ลบ. +11% Y-Y ตามลำดับ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ