(เพิ่มเติม) SPPT คาดปีหน้าพลิกกำไรหลังเข้าซื้อหุ้น TERA หวังส่งเข้าตลาดหุ้นในปี 62-63 แย้มเจรจาร่วมทุนอีก 2-3 ดีล

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday October 5, 2017 13:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

บมจ.ซิงเกิ้ล พอยท์ พาร์ท (ประเทศไทย) (SPPT) เชื่อว่ามีโอกาสที่ผลประกอบการของบริษัทในปี 61 จะพลิกกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้ หลังจากเข้าซื้อหุ้น 51% ใน บมจ.เทอร์ราไบท์ เน็ท โซลูชั่น (TERA) ผู้วางระบบและให้บริการด้านไอทีขนาดใหญ่แบบครบวงจร คิดเป็นมูลค่าลงทุน 175.44 ล้านบาท โดยบริษัทมีแผนจะรุกขยายธุรกิจไปสู่เทคโนโลยีเกี่ยวกับการวางระบบเน็ตเวิร์คในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีแผนขยายไปสู่ธุรกิจแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์มต่าง ๆ

นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ ประธานกรรมการ SPPT เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการในปี 61 จะสามารถกลับมามีกำไรได้ และคาดว่ารายได้จะเติบโตราว 10-20% จากปีนี้ที่คาดว่าผลประกอบการจะทรงตัว โดยช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 300 ล้านบาทรับรู้รายได้ปีนี้ 200 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเจรจาเข้ารับงานใหม่คาดว่าจะชัดเจนในไตรมาส 4/60

ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัทเข้าถือหุ้นใน TERA ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้บริษัทสามารถขยายธุรกิจวางระบบเน็ตเวิร์คองค์กรทั้งภาครัฐมากขึ้นจากเดิมที่มีกลุ่มลูกค้าภาคเอกชนเป็นหลักอยู่ราว 99% และขยายธุรกิจแอพพลิเคชั่นได้ ขณะที่ TERA มีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาด mai ภายในปี 62-63 พร้อมทั้งตั้งเป้ารายได้แตะ 1 พันล้านบาทภายในปี 64-65 จากในปี 59 ทำได้ 341 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 7.38 ล้านบาท ซึ่งในครึ่งแรกของปี 60 มีรายได้ 187.03 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 10.69 ล้านบาท

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาเข้าร่วมทุนกับพันธมิตรรายอื่นอีก 2-3 ราย แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ แต่จะมีความชัดเจนทั้งหมดภายในปี 61 โดยหากบริษัทสามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาทั้งหมดตามแผนจะทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50% ในปี 61 ทันที

นายสุรสิทธิ์ คิวประสพศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TERA กล่าวว่า การที่ SPPT เข้ามาถือหุ้นบริษัทจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับ TERA ในการขยายฐานกลุ่มลูกค้าเข้าสู่งานภาครัฐบาล และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจะมีการประมูลงานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เกี่ยวข้องกับการวางระบบไอที การวางโครงข่าย ระบบ และงานที่เกี่ยวกับระบบความมั่นคงปลอดภัยด้านไอที อีกทั้งยังเป็นการสร้างสมดุลของพอร์ตลูกค้าให้กับ TERA แข็งแรงมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าภาคเอกชนเป็นหลัก

TERA ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 13 ปี ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 400 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี โดยมีจุดแข็งในส่วนของทีมงาน ซึ่งสัดส่วนเกินครึ่งเป็น Engineer มีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบไอที มีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย อาทิ กลุ่มโตชิบา กลุ่มเซ็นทรัล กลุ่มนีโอ และบุญถาวร เป็นต้น


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ