BEM บวก 2.55% โบรกฯคาดผลประกอบการ Q3/60 จะทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการเติบโต 3 ธุรกิจหลัก

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday October 12, 2017 10:43 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

หุ้น BEM ราคาขยับขึ้น 2.55% มาอยู่ที่ 8.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 372.86 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.37 น. โดยเปิดตลาดที่ 7.90 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 8.05 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 7.90 บาท

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ทยอยสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว"หุ้น บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) คาดผลประกอบการไตรมาส 3 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการเติบโตจากทั้ง 3 ธุรกิจหลักพร้อม ๆ กัน ได้แก่ ทางด่วน,รถไฟฟ้า และสื่อโฆษณา โดยภายหลังการเปิดให้บริการ 1 สถานีเชื่อมต่อบางซื่อ-เตาปูน พบว่าผู้โดยสารหันมาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ

ในขณะที่มองว่าในอนาคตบริษัทฯยังมี Upside จากสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าที่มีโอกาสได้สูง เช่น สัมปทานเดินรถไฟฟ้าม่วงต่อขยาย,ส้ม,ทางด่วน รวมถึงการเติบโตของเงินลงทุนในบริษัทลูกอย่าง TTW,CKP และ XPCL ที่ยังไม่รวมในประมาณการ ปัจจุบันราคาหุ้น Laggard กลุ่มขนส่งอยู่สูงกว่า 23%

ทั้งนี้ คาดกำไรไตรมาส 3 เติบโต 16%QoQ, 4.0%YoY ที่ 840ล้านบาท เติบโตจากทั้ง 3 ธุรกิจ นำโดยธุรกิจทางด่วน ซึ่งคาดรายได้ที่ 2,500 ล้านบาท (+2.7%QoQ,+5.5%YoY) จากจำนวนผู้ใช้รถยนต์ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.24ล้านคัน (ผู้ใช้ทางด่วน SOE ทำระดับสูงสุดต่อเนื่องที่ในวันธรรมดาที่ระดับ 6 หมื่นคัน/วัน) ในขณะที่คาดธุรกิจรถไฟฟ้าทำรายได้สูงสุดเช่นกันที่ 1,210ล้านบาท (+9.4%QoQ,+31.9%YoY) สนับสนุนทางยอดผู้ใช้รถไฟฟ้าที่ทำระดับสูงสุด ภายหลังรถไฟฟ้าสายสีม่วง-น้ำเงินเชื่อมต่อกันเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้รถในวันธรรมดา (Weekday) เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 3.5 แสนเที่ยว/วัน (+7.3%QoQ, +14.3%YoY) ในขณะที่คาดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะกลับมาอยู่ในระดับปกติ ภายหลังจากรับรู้ขาดทุนจาก CKP ในช่วงครึ่งปีแรก

ในปี 2561-2562 คาดจะเห็นความคืบหน้าของ 3 สัมปทานได้แก่ 1)การเจรจาต่อสัมปทานทางด่วนที่จะหมดในปี 2563 ซึ่งปัจจุบัน BEM อยู่ระหว่างการเจรจารูปแบบสัมปทาน 10+10ปี โดยเรามองว่ามีโอกาสที่ BEM จะได้ขยายสัมปทานบนเงื่อนไขใหม่ ทั้งในรูปแบบเดิม (Revenue Sharing) หรือ รูปแบบบใหม่ (รับจ้างบริหาร) 2)สัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) ในรูปแบบ Gross / Net cost ซึ่งมีโอกาสที่จะได้สูง เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทฯเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงเดิม(บางใหญ่-เตาปูน) อยู่แล้ว และ 3) สัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ซึ่งบริษัทฯมีข้อได้เปรียบในการเข้าประมูล ซึ่งหาก BEM ได้มาซึ่ง 3 สัมปทานดังกล่าวเรามองว่า BEM จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มขนส่งอย่างเต็มตัว

โดยปรับเป้าผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินปี 2561 ขึ้นเป็น 3.6แสนเที่ยว/วัน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนผู้โดยสารจากสายสีม่วง pass-through มายังสายสีน้ำเงินมากกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับกำไรปี 2561 ขึ้นเป็น 3,716 ล้านบาท (+17%YoY)

พร้อมปรับเป้าใช้ราคาเหมาะสมปี 2561 ที่ 9.00 บาท/หุ้น โดยราคาหุ้นยังมี Upside จากทั้ง 3 สัมปทานที่กล่าวด้านบน รวมถึงมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทฯลูกอย่าง CKP, XPCL ที่จะเติบโตอย่างมีนัยยะในปี 2562


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ