โบรกฯเชียร์"ซื้อ"KKP มองเป็นหุ้นปันผลเด่นสุดในกลุ่มแบงก์,กำไรโตดีต่อเนื่อง-NPL แนวโน้มลดลง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday October 27, 2017 14:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

โบรกเกอร์ ต่างเชียร์"ซื้อ"หุ้นธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) มองเป็นหุ้นปันผลเด่นสุดในกลุ่มแบงก์ โดยปีนี้คาดว่าจะให้ Dividend yield สูงถึงประมาณ 6-8% ขณะที่การเติบโตของกำไรสุทธิยังดีต่อเนื่อง ประกอบกับ NPL อยู่ในแนวโน้มขาลง รวมถึงประเด็นเรื่องการหาพันธมิตรทางธุรกิจจะยิ่งเป็นผลดีในแง่ของการขยายตัวของสินเชื่อและกำไรในอนาคต

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ในช่วง 5,700-6,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท และในปี 61 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิในช่วง 6,200-6,600 ล้านบาทเติบโตจากปีนี้ ดว่าจะได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง, การบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ดี และการตั้งสำรองฯค่าเผื่อหนี้สูญลดลง

ราคาหุ้น KKP ช่วงบ่ายอยู่ที่ 76.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 0.99% ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น 0.49%

          โบรกเกอร์                      คำแนะนำ           ราคาเป้าหมาย (บาท/หุ้น)
          เอเซีย พลัส                   ทยอยซื้อสะสม                 91.00
          บัวหลวง                          ซื้อ                     85.00
          เคทีบี (ประเทศไทย)                ซื้อ                     84.00
          แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์                  ซื้อ                     84.00
          ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)       ซื้อ                     78.00
          ฟิลลิป (ประเทศไทย)              ทยอยซื้อ                   77.00
          ธนชาต                           ซื้อ                     77.00
          อาร์เอชบี (ประเทศไทย)           ถือ/ซื้อเมื่ออ่อนตัว            76.00

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า KKP จัดเป็นหุ้นที่ให้ปันผลดี ทำให้สามารถถือลงทุนระยะยาวได้ หรือซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลง แม้ว่าปัจจุบันราคาหุ้น KKP ได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้วในรอบ 3 ปีตอบรับการเติบโตไปแล้ว แต่ด้วยการจ่ายปันผลที่ดีมาก โดยปีนี้คาดว่าจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(Dividend yield) สูงถึงประมาณ 8%

สำหรับในแง่ของผลประกอบการคาดว่าจะเติบโตในอัตราชะลอตัวทั้งในปีนี้และปีหน้า หลังจากเติบโตสูงไปเมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว คือ ในปี 58 เติบโต 21% และในปี 59 เติบโต 67% แต่ปีนี้คาดว่ากำไรสุทธิจะมี 5,951 ล้านบาท เติบโต 7% จากปีที่แล้ว และในปี 61 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 6,200 ล้านบาท เติบโต 4% จากปี 60

โดยสินเชื่อปีนี้คาดว่าจะเติบโต 5% เช่นเดียวกับปี 61 ส่วนตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ถือว่ามีการบริหารจัดการที่ดี ขณะที่ผลประกอบการงวดไตรมาส 3/60 ออกมาดี เป็นเพราะตั้งสำรองฯที่ต่ำมาก

ด้านนายอดิสรณ์ มุ่งพาลชล ผู้ช่วยอำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ส่วนต่างระหว่างราคาหุ้นในปัจจุบันกับราคาเป้าหมายที่ให้ไว้ 77 บาท/หุ้น ยังมี Upside ทำให้แนะนำ"ทยอยซื้อ" โดยกำไรงวดไตรมาส 3/60 ก็ออกมาดีกว่าคาด พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ ไว้ที่ 5,700 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะสูงขึ้น และ NPL ทยอยลดลง นอกจากนี้ เริ่มเห็นความชัดเจนจากการควบรวมกิจการกับกลุ่มภัทร โดยเฉพาะสินเชื่อภาคธุรกิจ (Corporate loan)

ด้าน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ปรับคำแนะนำหุ้น KKP เป็น"ซื้อ"จากเดิม"ถือ"พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายในปี 61 ขึ้นเป็น 84 บาท จากเดิม 75 บาท เนื่องจากการเติบโตของกำไรสุทธิที่โดดเด่น ประกอบกับ NPL อยู่ในแนวโน้มขาลง รวมถึงประเด็นการหาพันธมิตรทางธุรกิจจะเป็นผลดีต่อ KKP ในแง่ของการขยายตัวของสินเชื่อและกำไรได้ในอนาคต รวมถึง KKP ยังมีอัตราการจ่ายเงินปันผลค่อนข้างสูงราว 6%

KKP ประกาศกำไรสุทธิในไตรมาส 3/60 ออกมาที่ 1,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากงวดปีก่อน และ 45% จากไตรมาสก่อน ซึ่งมากกว่าที่คาดไว้ที่ 1,300 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญในระดับต่ำมากเพียง 75 ล้านบาท จากไตรมาสก่อนที่ 456 ล้านบาท จาก NPL ปรับลดลงได้ดีมาอยู่ที่ 5.6% จาก 5.8% ในไตรมาส 2/60 โดยลดลงได้จากสินเชื่อเช่าซื้อและเอสเอ็มอี

พร้อมปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 เพิ่มขึ้น 7-8% เนื่องจากกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกสูงถึง 80% ของประมาณการเดิมที่ทำไว้ โดยทำการปรับ Credit Cost ลดลงเป็น 80 bps จากเดิมที่ 100 bps ทำให้กำไรสุทธิในปี 60 อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิในปี 61 คาดว่าอยู่ที่ 6,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีนี้

ด้าน บล.บัวหลวง แนะ"ซื้อ"หุ้น KKP ในฐานะหุ้นปันผลเด่นสูงสุด จากการเติบโตของกำไรที่ดีและการบริหารสินทรัพย์คุณภาพที่ดีขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย.60 เชื่อว่าประมาณการกำไรของ KKP จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจากการตั้งค่าสำรองฯลดลงและการเติบโตของสินเชื่อมากกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม ยังคงสมมุติฐานเชิงอนุรักษ์นิยมต่อการตั้งสำรองเพื่อหนี้สูญฯไว้ที่ 2,200 ล้านบาทในปี 60 และ 2,300 ล้านบาทในปี 61 จากการตั้งสำรองฯที่ต่ำลงจะส่งผลให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย.60 ตั้งสำรองฯเพียง 698 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่า KKP จะจ่ายปันผลในปี 60 ในอัตรา 6 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 8.1% และจ่ายปันผลในอัตรา 6.25 บาทในปี 61 คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผลที่ 8.4% ซึ่งนับเป็นจ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร และมีแนวโน้มการเติบโตของกำไร

พร้อมคาด KKP จะรายงานกำไรในไตรมาส 4/60 เติบโตเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนโดยสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง ,การบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยได้ดี และการตั้งสำรองฯ ค่าเผื่อหนี้สูญลดลง โดยประมาณการกำไรปี 60 ที่ระดับ 6,000 ล้านบาท และ 6,500 ล้านบาทในปีหน้า

ส่วน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/60 ของ KKP ออกมาสูงกว่าคาด เติบโตถึง 45.4% จากไตรมาสก่อน และ 1.9% จากงวดปีก่อน หลักๆ มาจากการลดลงของ NPL ของสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และสินเชื่อเอสเอ็มอี ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิเติบโตตามสินเชื่อ เช่นเดียวกับรายได้ค่าธรรมเนียม โดยกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ คิดเป็น 81% ของประมาณการเดิมทั้งปี 60 จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 60-61 ขึ้น 9.9% และ 4.3% จากเดิม โดยคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้และปีหน้าจะเติบโต 9.1% และ 9.3% เมื่อเทียบปีต่อปีตามลำดับ ประกอบกับ คาดหวังอัตราการจ่ายเงินปันผลในปีนี้สูงถึง 7.9%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ