ข่าวอินโฟเควสท์
23:06 ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวสูงกว่าคาดในเดือนพ.ย.   ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บ…
22:50 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบขอ…
22:30 ดาวโจนส์ร่วงจากแรงขายทำกำไร ก่อนปิดทำการพรุ่งนี้ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า   ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงในวันนี้จากแรงขายทำกำไร หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดเป…
22:14 เจ้าหน้าที่เผยมีการแจ้งเตือนเหตุระเบิดในเครื่องบิน 2 ลำของยูเครนที่สนามบินตุรกี   เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีการแจ้งเตือนเหตุระเบิดในเครื่องบิน 2 …

โกลเบล็ก มองภาพรวม SET ยังไปต่อได้แม้มีปัจจัยกดดัน แต่สัปดาห์นี้ยังแกว่งผันผวนในกรอบ

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 13:58:42 น.

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก (GBS) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวต่อเนื่อง จากการรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประจำปี 61 ที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องราว 3% และในช่วงปลายปี 60 จะเข้าสู่ไฮซีซั่นเม็ดเงินหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลบวกให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูงขานรับแนวโน้มที่กลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในและนอกกลุ่มโอเปกจะขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตในการหารือปลายเดือนนี้

ส่วนปัจจัยที่ยังคงกดดันภาพรวมการลงทุนในระยะสั้น คือ ความล่าช้าในการบังคับใช้กฏหมายปฏิรูปภาษีของสหรัฐและมีความซับซ้อนมากขึ้น และ Fund Flow ที่ยังคงผันผวน ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติ Net Sell สะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นล้านบาท

รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของจีน เดือนต.ค. มีหลายรายการชะลอตัว ได้แก่  การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ขยายตัว 6.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ชะลอตัวจากเดือนก.ย.ที่ขยายตัว 6.6% และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัว 7.3% ชะลอตัวจากที่ขยายตัว 7.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน  ส่วนการลงทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขยายตัว 7.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 8.1% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาในสัปดาห์นี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีกำหนดลงมติต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่มีความแตกต่างกันในฉบับของสภาผู้แทนราษฎรและฉบับวุฒิสภา และในวันที่ 15 พ.ย. ทางสหรัฐ จะมีการรายงานตัวเลขดัชนีภาคการผลิตเดือนพ.ย.  ยอดค้าปลีกเดือนต.ค.  และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนต.ค.

ส่วนในวันที่ 20 พ.ย.ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์จะแถลงตัวเลขอัตรากรขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP)  ไตรมาส 3/60 ของไทย

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้าที่ยังดีต่อเนื่องจากปีนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยืนในระดับสูง และการเข้าสู่ไฮซีซั่นในช่วงปลายปีที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง  โดยมีปัจจัยกดดันจากความล่าช้าของร่างกฏหมายปฏิรูปภาษีและ Fund Flow ที่ผันผวน

ดังนั้น ประเมินว่า SET ในสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,675-1,720 จุด แนะนำลงทุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีประเด็นบวกจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังหนุนผลประกอบการเติบโต รวมทั้งกระแสข่าว กกพ.ที่คาดจะรับซื้อไฟฟ้าจากขยะ 78 เมกะวัตต์ ในสัปดาห์หน้า เปิดรับซื้อ VSPP Semi-firm 269 เมกะวัตต์ต้นปี 61 และหุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ได้แก่ ANAN, COMAN, XO, MALEE, TPCH, TWPC, JUBILE

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับความล่าช้าของอังกฤษในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปนั้น จะเป็นปัจจัยกดดันสกุลเงินปอนด์และยูโรไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อราคาทองคำ ส่วนการเยือนเอเชียของประธานาธิบดีทรัมป์ ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นผลบวกต่อการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก แต่ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีความเสี่ยงเช่นเดิม

นอกจากนี้ แม้ว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดตราสารหนี้เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ในการประชุมเดือน ธ.ค.ได้ปรับตัวลดลงจากความกังวลเรื่องการออกกฎหมายปฏิรูปโครงสร้างภาษีฉบับพรรครีพับลิกันและรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะล่าช้าออกไปมากก็ตาม แต่แนวโน้มที่ Fed จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสุดท้ายของปีมีน้อยมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น

ดังนั้น ฝ่ายวิจัยจึงคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯในปีหน้าจะยังคงมีการปรับขึ้นได้ตามแผน ทำให้ราคาทองคำได้รับเพียงผลบวกในระยะสั้นจากประเด็นความกังวลเรื่องร่างกฎหมายปฎิรูปภาษี แต่ไม่ใช่ปัจจัยบวกสำหรับระยะกลางถึงยาว จึงคงคำแนะนำให้ผู้ลงทุนจับจังหวะ trading ในช่วงระหว่างกรอบรับหลักที่  1,240-1,260 ดอลลาร์ กับแนวต้านจิตวิทยา 1,300 ดอลลาร์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง