PSH วางเป้ายอดขายอสังหาฯกลุ่มพรีเมียมปีนี้ 6.8 พันลบ.ต่ำกว่าปีก่อน หลังเปิด 4 คอนโดฯในกทม.-ยังไม่มีแผนเปิดแนวราบ

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday January 11, 2018 17:58 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท ในเครือบมจ.พฤกษา โฮลดิ้ง (PSH) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานของกลุ่มพฤกษาพรีเมียมในปี 61 ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 6.8 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ 8.2 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ในปี 60 เป็นปีแรกที่บริษัทเริ่มดำเนินการพัฒนาและเปิดขายโครงการในกลุ่มพรีเมียมเป็นครั้งแรก ซึ่งมีทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม ส่งผลให้สามารถทำยอดขายได้มากกว่าเป้าถึง 2 เท่า ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 5 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบนได้ภายในปีแรก

ส่วนในปีนี้คาดว่าการเปิดโครงการอาจจะทำได้เพียงคอนโดมิเนียม เพราะมีที่ดินรองรับการพัฒนาไว้หมดแล้ว ขณะที่ยังไม่มีพื้นที่ดินเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการแนวราบ โดยปีนี้มีแผนเปิดโครงการใหม่ในกลุ่มพรีเมียม ทั้งหมด 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 5 พันล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ทั้งหมด สำหรับราคาขายเฉลี่ยของโครงการในกลุ่มพรีเมียมปีนี้มีการปรับราคาขายขึ้นราว 10-20% จากปัจจุบันที่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 230,000 บาท/ตารางเมตร เพราะต้นทุนราคาที่ดินได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

ด้านรายได้ของกลุ่มพรีเมียมในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารับรู้รายได้อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 7% ของรายได้รวม ซึ่งส่วนใหญ่จะทยอยโอนในช่วงปลายปี 61 แบ่งเป็น รายได้ที่มาจากการคอนโครงการคอนโดมิเนียมของกลุ่มพรีเมียม จำนวน 2 พันล้านบาท จากโครงการเดอะ รีเซิร์ฟ ทองหล่อ และ The Reserve พหลฯ-ประดิพัทธ์ ส่วนโครงการแนวราบที่ทยอยโอนในปีนี้ จำนวน 1.5 พันล้านบาท โดยในส่วนของการโอนโครงการในกลุ่มพรีเมียมบริษัทไม่ค่อยมีความกังวลมากนัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มีการใช้สินเชื่อจากสถาบันการเงินไม่มาก ซึ่งมีการวางเงินดาวน์ที่สูง ประกอบกับลูกค้าบางรายซื้อเป็นเงินสด ส่วนในปี 62 จะมีรายได้ก้าวกระโดดขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมาจากการโอนโครงการมากขึ้น

ขณะที่ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังเติบโต และมีความต้องการซื้อของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะที่ตลาดชะลอตัวลง แต่โครงการระดับบนยังทำยอดขายได้ดี ส่วนซัพพลายจากโครงการคอนโดมิเนียมระดับบนจะเข้าสู่ตลาดในภาวะปกติราว 10,000 ยูนิต ส่วนในปีที่ดีมากจะมีซัพพลายเข้าสู่ตลาดสูงถึง 12,000-13,000 ยูนิต ขณะที่แนวโน้มราคาขายจะปรับขึ้นเฉลี่ย 10-15% อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียมระดับบนขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 265,000 บาท/ตารางเมตร ในปัจจุบัน จากปี 58 อยู่ที่ 215,000 บาท/ตารางเมตร

ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่าง ยังมีแนวโน้มเติบโตได้บ้าง แต่ไม่หวือหวามากนัก เพราะยังมีความกังวลในด้านหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาที่ดี ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการพัฒนาโครงการในระดับกลาง-ล่างออกไปบ้าง เพราะกังวลเรื่องความเสี่ยงในการโอน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ยังมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่ออยู่ แต่ก็ยังเห็นผู้ประกอบรายใหญ่ที่พัฒนาโครงการในระดับบนบางรายเริ่มมาพัฒนาโครงการในระดับกลาง-ล่างมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้า เช่นเดียวกับพฤกษาที่เริ่มรุกการพัฒนาโครงการระดับบน โดยยังมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวมยังเป็นของผู้เล่นรายใหญ่ที่มีความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน และครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดรวม 75%

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ประกอบการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในด้านยอดขาย ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมียอดขายของโครงการระดับบนเป็น 1 ใน 5 ซี่งผู้นำตลาดในกลุ่มระดับบนมียอดขายเฉลี่ย 1-1.5 หมื่นล้านบาท/ราย โดยทั้ง 5 รายที่อยู่ใน Top 5 ได้แก่ บมจ.แสนสิริ (SIRI) บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) และบมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท (PS)

สำหรับโครงการคอนโดมิเนียม เดอะรีเซิร์ฟ สุขุม 61 มูลค่า 2.5 พันล้านบาท ซึ่งได้เปิดขายไปเมื่อปลายปีก่อน ทำยอดขายได้แล้ว 1 พันล้านบาท และตั้งเป้าปิดการขายภายในปลายปี 61 ซึ่งโครงการดังกล่าวออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reserve Your Exclusivity" ให้การอยู่อาศัยและการพักผ่อนเสมือนได้อยู่บ้าน มีความเป็นส่วนตัวสูงสุด

นายประเสริฐ กล่าวว่า ความพร้อมในการรุกตลาดพรีเมียมของทางพฤกษาจึงได้ตัดสินใจลงทุนซื้อที่ดินบนเนื้อที่ 7 ไร่ จากกลุ่มโรงแรมมณเฑียรมูลค่าประมาณ 1.7 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรีรูปแบบโลว์ไรส์ “เดอะรีเซิร์ฟ สุขุมวิท 61" บนทำเลใจกลางเมือง ซึ่งจะแบ่งการพัฒนาออกเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรกจะมีจำนวน 186 ยูนิต ราคาขายเฉลี่ย 2.3 แสนบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) มีห้องให้เลือกถึง 5 แบบ คือ แบบสตูดิโอพื้นที่ 30.5 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอน พื้นที่ 35-48 ตร.ม.มีสัดส่วน 50% ของจำนวนห้องทั้งหมด แบบ2 ห้องนอน Simplex พื้นที่ 62.5-138.8 ตร.ม. แบบ 3 ห้องนอน Simplex พื้นที่ 157.6 ตร.ม.และแบบดูเพล็กซ์ พื้นที่ 115-132 ตร.ม. ซึ่งจะเปิดรอบพรีเซลล์ในวันที่ 3-4 ก.พ. 61 และมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 63


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ