ตลท.เผยปี 60 กำไร บจ.ใน SET-mai โต 8.90% มาที่ 9.9 แสนลบ.ตาม GDP โต-ราคาน้ำมันสูงขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 6, 2018 16:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานกำไรสุทธิปี 60 รวมทั้งสิ้น 9.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.90% จากปีก่อน เป็นผลจากการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) และราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้หมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยบวกจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

บจ.ใน SET จำนวน 566 บริษัท หรือคิดเป็น 97.75% จากทั้งหมด 579 บริษัท (รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวดปี 60 สิ้นสุด 31 ธ.ค.60 บจ.มีผลประกอบการสูงขึ้นทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ

โดยพบว่ามียอดขายรวม 11.01 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาคิดเป็น 9.72% และมีกำไรสุทธิรวม 9.82 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.05% ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินงานในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิของหมวดธนาคารปรับตัวลดลงเล็กน้อยเนื่องมาจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น

ด้านผลการดำเนินงานของ บจ.ใน mai กำไรสุทธิ 4.97 พันล้านบาท ทำให้ในงวดปี 60 กำไรสุทธิรวมของ บจ. SET และ mai ทั้งสิ้น 9.9 แสนล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/60 จากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ บจ.มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นทั้งด้านยอดขายและกำไร โดย บจ.มีกำไรสุทธิ 2.51 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.26% จากไตรมาส 4/59 และเพิ่มขึ้น 20.47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/60 ขณะที่ยอดขายไตรมาส 4/60 อยู่ที่ 2.9 ล้านล้านบาท

ความสามารถด้านการทำกำไรของ บจ.อ่อนตัวเล็กน้อย โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 23.96% ลดลงจาก 24.71% ในปี 59 และมีอัตรากำไรสุทธิ 8.92% ลดลงเล็กน้อยจาก 8.98% ขณะที่โครงสร้างเงินทุนของ บจ. ยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ณ สิ้นปี 60 อยู่ที่ 1.14 เท่า ลดลงจาก 1.24 เท่า ในช่วงสิ้นปี 59

ในปี 60 นอกจาก บจ.ในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีผลประกอบการดีขึ้นแล้ว เศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยทั้งปี 60 คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.0% จากการส่งออกสินค้าและบริการ ขณะที่รายได้จากภาคการท่องเที่ยวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของ บจ. ให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดพาณิชย์ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ มีการเติบโตทั้งด้านยอดขายและกำไรสุทธิ รวมถึงมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากปี 59

ส่วนผลการดำเนินงานของ บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในปี 60 บจ. mai มีกำไรสุทธิ 4.97 พันล้านบาท ลดลง 13.54% เมื่อเทียบกับปี 59 ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.80% เป็น 23.20%


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ