ข่าวอินโฟเควสท์
12:00 SUPER POLL เผยเกินครึ่งเคยช้อปออนไลน์ -เข้าเว็บ Lazada มากถึง 50% ซื้อเสื้อกางเกงมากสุด   นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPE…
11:14 อังกฤษเผย GDP ไตรมาส 1 ขยายตัวเพียง 0.1% เหตุวิตก Brexit,สภาพอากาศแปรปรวน   สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในปร…

TSE คาดทยอยสรุปเจรจาซื้อโรงไฟฟ้าในประเทศ-ตปท.เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อไปสู่เป้าหมายเพิ่ม PPA ในมือ 100-200 MW

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 20 เมษายน 2561 16:07:56 น.

นางแคทลีน มาลีนนท์ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในครึ่งปีหลังเป็นต้นไปจะเห็นความชัดเจนของผลการเจรจาเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ในญี่ปุ่นและเวียดนาม ซึ่งมีทั้งโครงที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว (COD) และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยบริษัทฯตั้งเป้าที่จะมีใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้า (PPA) เพิ่มขึ้น 100-200 เมกะวัตต์ในปีนี้

ล่าสุด ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 61 ได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวนไม่เกิน 544,500,000 หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) เพื่อที่จะรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง อาทิ โซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่น, โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าขยะ และอื่นๆ

"การขอที่ประชุมสามัญถือหุ้นเพิ่มทุนนั้น เรายังไม่ได้เพิ่มในทันที แต่เราจะเพิ่มก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นที่จะใช้ในการขยายโครงการ โดยเราจะเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนที่มีความเหมาะสม และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว"นางแคทลีน กล่าว

สำหรับกรณีที่รัฐบาลกำหนดนโยบายการลดการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนว่า ช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะลดการพึ่งพาแหล่งรายได้จากประเทศไทยเพียงอย่างเดียว โดยบริษัทได้ขยายการลงทุนในประเทศญี่ปุ่น และตอนนี้ก็ได้มองหาการขยายลงทุนในเวียดนามเพิ่มเติมด้วย

ปัจจุบันบริษัทฯมี PPA ในประเทศไทย 122 เมกะวัตต์ หรือ 40% และในประเทศญี่ปุ่น 176 เมกะวัตต์ หรือ 60% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่บอกได้ถึงการไม่พึ่งพาแค่การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศเพียงอย่างเดียว

นางแคทลีน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนโครงการโอนิโกเบ กำลังการผลิต 154.98 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนราว 20,000 ล้านบาท นั้น ปัจจุบันบริษัทฯอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดย TSE คาดว่าจะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 40% และจะได้ข้อสรุปในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนที่จะสรุปแผนต่างๆ แล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้

ในส่วนของเป้าหมายรายได้ปีนี้ยังคงเป้าไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท จากระดับ 855.27 ล้านบาทในปีที่แล้ว โดยมีโรงไฟฟ้าที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปีนี้ 23.45 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการบางสวรรค์ กำลังการผลิต 4.6 เมกะวัตต์ ซึ่งจะ COD ในช่วงไตรมาส 1/61 ส่วนโครงการออสการ์ 1 กำลังการผลิต 8.8 เมกะวัตต์ โครงการออสการ์ 2 กำลังการผลิต 8.8 เมกะวัตต์ และโครงการ JYOSO ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 1.25 เมกะวัตต์ ทั้ง 3 โครงการจะ COD ช่วงไตรมาส 2/61 ส่งผลให้ในสิ้นปีบริษัทมีโครงการที่ COD แล้วรวม 129.9 เมกะวัตต์ จากปีก่อนที่ 106.5 เมกะวัตต์

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง