ข่าวอินโฟเควสท์
19:13 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วง 200 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทดิ่งคืนนี้ ขณะวิตกสงครามการค้าสหรัฐ-จีน   ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าร่วงลง 200 จุดในวันนี้ บ่งชี้ว่าตลา…
18:33 "ทาร์เก็ต"เผยผลประกอบการต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1   ทาร์เก็ต ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ เปิดเผยว่า บริษัทมีผลประกอบการต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1…
18:21 "โลว์ส"เผยผลประกอบการต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1   บริษัทโลว์ส ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่ของสหรัฐ และเป็นคู่แข่งของบริษัทโฮม ดีโปท์ …
18:16 สนข.เตรียมเสนอแผนพัฒนาท่าเรือบกเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาคในปลายปี 61   นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่…

BPP ศึกษานำโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่นตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน,คาดกำไร Q2/61 โต QoQ และ YoY

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 12:37:10 น.

นายสุธี สุขเรือน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู เพาเวอร์ (BBP) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) โดยจะนำโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นเข้าเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งจะเป็นหนึ่งทางเลือกของแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นแห่งใหม่ในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมแผนลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นที่เป็นโครงการใหม่จำนวน 10-15 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 20-50 เมกะวัตต์ (MW) /โครงการ คาดว่าจะทยอยสรุปความชัดเจนภายในปลายปีนี้ จากปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตติดตั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นตามสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 233.3 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม ในด้านแหล่งเงินทุนนั้นบริษัทยังมีทางเลือกหลายทาง โดยยังมีความสามารถในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินได้อีกมาก เพราะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.1 เท่า อีกทั้งยังมีแหล่งเงินทุนที่มาจากการออกหุ้นกู้ และกองทุนจากต่างชาติที่ลงทุนในกลุ่มพลังงานทดแทน ซึ่งแหล่งเงินทุนในแต่ละทางเลือกบริษัทจะพิจารณาตามความเหมาะสมของการลงทุนในอนาคตหลังจากที่มีความชัดเจนในการลงทุนแล้ว

ขณะที่การลงทุนต่าง ๆ นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่น บริษัทจะเน้นการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหลัก ซึ่งบริษัทยังมั่นใจว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมในปี 68 เพิ่มขึ้นเป็น 4,300 เมกะวัตต์ ตามเป้าหมายได้ โดยที่จะมีสัดส่วนกำลังการผลิตของพลังงานทดแทนอยู่ที่ 20% ซึ่งในสิ้นปี 61 บริษัทจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2,160 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 97 เมกะวัตต์ โดยมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนที่ 9%

ส่วนการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในประเทศเวียดนามนั้น คาดว่าจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นในช่วงไตรมาส 2/61 ซึ่งน่าจะได้รับใบอนุญาตการลงทุน โดยกำลังการผลิตไม่ถึง 100 เมกะวัตต์ ทั้งนี้ ในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนรวมอยู่ที่ 50 ล้านดอลลลาร์สหรัฐฯ เพื่อรองรับการปรับปรุงโรงไฟฟ้าและการลงทุนต่างๆ

นายสุธี กล่าวอีกว่า ด้านผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/61 คาดว่ากำไรจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของก่อน และไตรมาส 1/61 เนื่องจากในไตรมาสนี้บริษัทจะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษคดีโรงไฟฟ้าหงสาเข้ามาหลังจากได้บันทึกไปทั้งหมดแล้วในไตรมาสแรกราว 900 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรในไตรมาสแรกลดลง แต่จะกลับมาฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 2/61 ประกอบกับยังไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า ทำให้โรงไฟฟ้าทุกโรงดำเนินงานตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ผลการดำเนินงานอาจจะได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ของโรงไฟฟ้าหงสาในช่วงไตรมาส 3/61 และในไตรมาส 4/61 จะปิดซ่อมบางยูนิตของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ซึ่งอาจจะกดดันอีกส่วนหนึ่ง แต่ในปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตของโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 44.5 เมกะวัตต์ เข้ามาชดเชยรายได้ที่หายไปส่วนหนึ่งได้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง