(เพิ่มเติม) ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์-อิงบวก

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday May 21, 2018 09:30 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ อิงบวก โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะบวกเล็กน้อย หลังจากคลายวิตกเรื่องการเจรจาการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถตกลงกันได้

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐฯ ก็ได้อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 3.06% แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงอยู่ พร้อมให้ติดตามตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยงวดไตรมาส 1/61 ในวันนี้ และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ให้แนรับไว้ที่ 1,745-1,750 จุด ส่วนแนวต้าน 1,760-1,765 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (18 พ.ค.61) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,715.09 จุด เพิ่มขึ้น 1.11 จุด (+0.00%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,712.97 จุด ลดลง 7.16 จุด (-0.26%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,354.34 จุด ลดลง 28.13 จุด (-0.38%)
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 7.22 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 12.88 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 184.88 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน เพิ่มขึ้น 30.82 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 3.42 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 15.94 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย เพิ่มขึ้น 3.81 จุด, ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 20.94 จุด
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (18 พ.ค.61) 1,754.17 จุด เพิ่มขึ้น 2.97 จุด (+0.17%)
  • นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 5,776.67 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 พ.ค.61
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (18 พ.ค.61) ปิดที่ 71.28 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 21 เซนต์ หรือ 0.3%
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (18 พ.ค.61) ที่ 7.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 32.16 แนวโน้มอ่อนค่า มองกรอบ 32.15-32.25 ตลาดรอติดตาม GDP Q1/61 ไทยเช้านี้
  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับการเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการเงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน (มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะที่ 2) จำนวน 126 โครงการ ภายใต้การดำเนินงานของ 11 หน่วยงาน อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมทางหลวง กรมศุลกากร วงเงินจัดสรรรวม 1.47 หมื่นล้านบาท เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 ตามที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. ในปี 2560 ที่ผ่านมา
  • แหล่งข่าวจากวงการทีวีดิจิทัล เปิดเผยว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่สามารถออกมาตรา 44 มาช่วยเหลือ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ทันในวันที่ 23 พ.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องจ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 5 จากทั้งหมด 6 งวด ถือว่าความช่วยเหลือที่ คสช.จะมอบให้กับผู้ประกอบการจะไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร เพราะการยืดจ่ายที่เหลืองวดที่ 6 ให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อีกแค่งวดเดียวจะไม่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้มาก
  • ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เผยคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท.ได้มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มบทบาท ภาคเอกชนในการเดินรถขนส่งสินค้า เส้นทางขอนแก่น-แหลมฉบัง วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการภาครัฐ (พีพีพี) และ รฟท.จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและงานก่อสร้าง
  • สมาคมโบรกเกอร์ ตั้งทีมเกาะติดผลกระทบมาตรฐานบัญชีใหม่ ยอมรับ "ไอเอฟอาร์เอส9" มีผลต่อการลงบัญชีปล่อยมาร์จินแต่เชื่อผลกระทบไม่มากนัก ด้านบล.ไทยพาณิชย์ เผยไร้ผลกระทบเหตุแบงก์แม่ช่วยหนุน แต่ยอมรับบัญชีใหม่กระทบอุตฯ หลักทรัพย์
  • พาณิชย์และพลังงานร่วมกันเคาะราคาขายดีเซล บี 20 ต่ำกว่า บี 7 ลิตรละ 3 บาท หวังจูงใจสิงห์บรรทุกประหยัดต้นทุน และดูดซับน้ำมันปาล์มดิบที่ล้นตลาด ขณะนี้คาดปั๊มน้ำมันเริ่มขายได้เดือนก.ค.นี้

*หุ้นเด่นวันนี้

  • AYUD-W1 (ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบมจ.ศรีอยุธยา แคปปิตอล (AYUD) เทรดวันนี้วันแรก มีจำนวน 124,999,807 หน่วย อัตราการใช้สิทธิ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ : 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาการใช้สิทธิ 39 บาทต่อหุ้น อายุใบสำคัญแสดงสิทธิ 2 ปี นับจากวันที่ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ (9 พฤษภาคม 2561) ราคาใบสำคัญแสดงสิทธิ 0.00 บาทต่อหน่วย โดยกำหนดวันใช้สิทธิครั้งแรก 15 มิ.ย. 2561 ส่วนวันใช้สิทธิครั้งสุดท้าย 8 พ.ค. 2563
  • CPF (กรุงศรี) "ซื้อ"เป้า 28 บาท ได้ Sentiment บวกจากสงครามการค้าที่ผ่อนคลายขึ้น, ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าต่อเนื่อง, MSCI ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมีผล 30 พ.ค.61 และผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดของปีมาแล้ว
  • SAPPE (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น"เป้า 29 บาท กำไร Q1/61 ที่ประกาศออกมาว่าดีแล้ว แนวโน้ม Q2/61 จะยิ่งดีกว่า เพราะเป็น High Season จากอากาศร้อน และยอดส่งออกที่ขยายตัวดี มีโอกาสเร่งตัวขึ้นอีกจากเงินบาทที่กลับมาอ่อนค่าราว 3% QTD พร้อมคาดกำไรสุทธิปีนี้ 438 ล้านบาท (+9% Y-Y) และปีหน้า 496 ล้านบาท (+14% Y-Y) เป็น Top Pick ของกลุ่มเครื่องดื่ม
  • ADVANC (กสิกรไทย) ปรับมุมมองเป็นบวกมากขึ้น เนื่องจากการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz จะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่เบาบางลง และโอกาสที่ราคาประมูลคลื่นฯในอนาคตจะถูกลง นอกจากนั้นผลประกอบการ Q1/61 ที่แข็งแรง กำไรปกติ เติบโตขึ้น 12.7% YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 6% และ คิดเป็น 26.3% ของประมาณการทั้งปี 2561 ปัจจัยดังกล่าวข้างต้นทำให้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติสำหรับปี 2561-2563 ขึ้น 12-16% และ ปรับราคาเป้าหมายปี 2561 ขึ้น 10% เป็น 227.8 บาท

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ