ตลท.รับหุ้น BIZ เริ่มซื้อขายใน mai 28 ก.ค.ด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,160 ลบ.

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday July 27, 2016 16:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ. บิสซิเนสอะไลเม้นท์ (BIZ) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ โดย BIZ ดำเนินธุรกิจนำเข้า จัดจำหน่ายและติดตั้ง ชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา พร้อมบริการดูแลบำรุงรักษาชุดเครื่องมือดังกล่าว มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศ อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

BIZ มีทุนชำระแล้ว 200 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 100 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 20-22 กรกฎาคม 2559 ในราคาหุ้นละ 2.90 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 290 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,160 ล้านบาท มีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นายสมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมากว่า 15 ปี โดยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Varian Medical Systems Inc. รายเดียวในประเทศไทย ซึ่ง Varian เป็นผู้นำระดับโลกด้านการผลิตเครื่องมือทางการแพทย์และระบบซอฟต์แวร์สำหรับการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา นอกจากนี้ บริษัทยังมีคู่ค้าที่สำคัญในต่างประเทศอีกจำนวนหลายราย การนำบริษัทเข้าระดมทุนจะช่วยสร้างสภาพคล่องทางด้านการเงินที่ดี รองรับการรับงานใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากเครื่องฉายรังสีมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

BIZ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ นายสมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ถือหุ้น 32.06% กลุ่มครอบครัวสีลภูสิทธิ์ ถือหุ้น 32.06% และนายนพดล สันธนะพาณิช ถือหุ้น 6.00% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 49.8 เท่า คำนวณจากผลประกอบการในรอบ 12 เดือน (1 เมษายน 2558-31 มีนาคม 2559) ซึ่งเท่ากับ 23.28 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.0582 บาท

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและกฎหมาย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ