(เพิ่มเติม) ตลท.รับหลักทรัพย์ TM เข้าซื้อขายใน mai วันที่ 31 ส.ค.

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday August 30, 2016 17:05 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า บมจ. เทคโนเมดิคัล (TM) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้

โดย TM ดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์และวัสดุสิ้นเปลือง รวมถึงเครื่องมือแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งบริษัทเป็นผู้นำเข้าโดยได้รับแต่งตั้งเป็น Exclusive Distributor จากผู้ผลิตจำนวน 26 ราย จาก 12 ประเทศ นอกจากนี้ TM ยังได้ว่าจ้างผู้ผลิตให้ผลิตเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัท อาทิ TM Medipak, TM Stericap และ TM Tubing Pack ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะจัดจำหน่ายให้กับโรงพยาบาลชั้นนำ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งคลินิคทั่วประเทศ

TM มีทุนชำระแล้ว 140 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 200 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 22-24 สิงหาคม 2559 ในราคาหุ้นละ 3 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 240 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 840 ล้านบาท มีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

นางสุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TM เปิดเผยว่า บริษัทมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมากว่า 14 ปี โดยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์รายเดียวในประเทศไทยจากผู้ผลิตที่เป็นแบรนด์ชั้นนำของโลก อาทิ Cardinal Health, Aspen Surgical, CareFusion จากสหรัฐอเมริกา Medikit จากญี่ปุ่น GEISTER จากเยอรมณี HemoCue จากสวีเดน และ LivaNova จากอิตาลี การนำบริษัทเข้าระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายธุรกิจและการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ และโชว์รูมสินค้า เพื่อรองรับความต้องการอุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย์ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

TM มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวจรรโลงบุตร ถือหุ้น 71.43% นายภมร พลเทพ ถือหุ้น 0.42% และนายพิชิต ชินวิทยากุล ถือหุ้น 0.36% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 33.02 เท่า คำนวณจากผลประกอบการในรอบ 12 เดือน (1 กรกฎาคม 2558-30 มิถุนายน 2559) ซึ่งเท่ากับ 25.44 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.09 บาท

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและกฎหมาย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ