ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กหุ้นเทคโนโลยีพุ่งแรง หนุนดาวโจนส์ปิดบวก 54.84 จุด

ข่าวหุ้น-การเงิน Thursday September 11, 2014 06:18 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.ย.) ขณะที่ดัชนี NASDAQ ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพราะได้แรงหนุนจากหุ้นแอปเปิลที่พุ่งขึ้นกว่า 3% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลิตภัณฑ์ไอโฟนรุ่นใหม่ ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน รวมถึงหุ้นทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,068.71 จุด เพิ่มขึ้น 54.84 จุด หรือ +0.32% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,586.52 จุด เพิ่มขึ้น 34.23 จุด หรือ +0.75% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,995.69 จุด เพิ่มขึ้น 7.25 จุด หรือ +0.36%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งช่วยหนุนดัชนี NASDAQ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน อันเนื่องมาจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ หุ้นแอปเปิลพุ่งขึ้น 3.07% หลังจากแอปเปิล อิงค์ เปิดตัวสมาร์ทโฟนสองรุ่นใหม่ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา รวมถึง iPhone 6 และ iPhone 6 Plus พร้อมเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะ และ Apple Pay เพื่อให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สามารถชำระเงินสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้จัดขึ้นที่ศูนย์จัดแสดงงานศิลปะฟลินต์ ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย

ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นทวิตเตอร์ทะยานขึ้น 4.54% หลังจากนักวิเคราะห์ของยูบีเอสได้ปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นยูบีเอสเป็น "แนะนำให้ซื้อ" เนื่องจากรายได้จากพื้นที่โฆษณาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยูบีเอสยังได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นทวิตเตอร์เป็น 65 ดอลลาร์ จากเดิม 50 ดอลลาร์

ส่วนหุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวขึ้น 0.99% และหุ้นลิงค์อิน ดีดตัวขึ้น 0.99% เช่นกัน

หุ้นอีเบย์ร่วงลง 3.1% หลังจากนักวิเคราะห์ของไปเปอร์ แจฟเฟรย์ ได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นอีเบย์ลงสู่ระดับ "neutral" จากระดับ "overweight" โดยระบุว่า Apply Pay การให้บริการชำระเงินเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนสมาร์ทโฟนของบริษัทแอปเปิล อิงค์นั้น อาจจะเข้ามาชิงตลาดการทำธุรกรรมจ่ายเงินผ่านมือถือ

หุ้น Krispy Kreme Doughnuts Inc ร่วงลง 3.1% หลังจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายขนมโดนัทรายใหญ่ระดับโลกแห่งนี้ เปิดเผยรายได้ต่อหุ้นอยู่ที่ 13 เซนต์ ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 16 เซนต์

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดที่ส่งผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าภาคค้าส่งขยับขึ้น 0.1% ในเดือนก.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2556


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ