ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดร่วง 200.38 จุด เหตุวิตกผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday October 12, 2016 06:39 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 200 จุดเมื่อคืนนี้ (11 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทอัลโค อิงค์ ผู้ผลิตอลูมิเนียมรายใหญ่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของราคาน้ำมัน รวมทั้งกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,128.66 จุด ร่วงลง 200.38 จุด หรือ -1.09% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,246.79 จุด ลดลง 81.88 จุด หรือ -1.54% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,136.73 จุด ลดลง 26.93 จุด หรือ -1.24%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงหลังจากอัลโค อิงค์ เปิดเผยตัวเลขกำไรและรายได้ที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 3 โดยระบุว่า ทางบริษัทมีกำไร 32 เซนต์/หุ้นในไตรมาส 3 ขณะที่มีรายได้ 5.21 พันล้านดอลลาร์ โดยตัวเลขดังกล่าวน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะมีกำไร 35 เซนต์/หุ้นในไตรมาส 3 และจะมีรายได้ 5.31 พันล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นอัลโค อิงค์ ร่วงลงอย่างหนักถึง 11%

ขณะที่หุ้นอิลลูมินา ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีภาพรายใหญ่ ร่วงลงรุนแรงถึง 25% หลังจากบริษัทเปิดเผยยอดขายในไตรมาส 3 ลดลง และยังได้ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ลงด้วย

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบปรับตัวลง โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ดิ่งลง 3.1% หุ้นอินเตอร์เนชันแนล เปเปอร์ ร่วงลง 2.3% ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง โดยหุ้นอินเทล คอร์ป ดิ่งลง 2% หุ้นไมครอน เทคโนโลยี และหุ้นแอพพลายด์ มาทีเรียลส์ ต่างก็ร่วงลงอย่างน้อย 2.5%

ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นซิตี้กรุ๊ป และหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ต่างก็ปรับตัวลงกว่า 1.1%

ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจต่อข้อตกลงปรับลดเพดานการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน หลังจากบริษัทรอสเนฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ระบุว่า ทางบริษัทจะไม่ปรับลดกำลังการผลิต หรือตรึงกำลังการผลิตน้ำมัน แม้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ทำข้อตกลงดังกล่าวก็ตาม

นอกจากนี้ กระแสคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเริ่มกลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดอีกครั้ง โดยล่าสุดนักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดว่า เฟดมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นสู่ 75% จากเดิมที่ 65% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. โดยได้ปัจจัยหนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และโอกาสที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งนั้น มีน้อยลง

อย่างไรก็ตาม หุ้นทวิตเตอร์ ดีดตัวขึ้น 2.5% หลังจากที่ทรุดฮวบลง 12% เมื่อวันจันทร์ อันเนื่องมาจากข่าวที่ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ซึ่งรวมถึงกูเกิล, แอปเปิล และดิสนีย์ ยังไม่มีแผนที่จะเสนอราคาประมูลซื้อกิจการของทวิตเตอร์

ขณะที่หุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 0.3% หลังจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แอปเปิลจะสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นหลังจากบริษัทคู่แข่งอย่างซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ประกาศยุติการผลิตสมาร์ทโฟน Galaxy Note 7 เป็นการถาวรแล้ว หลังมีข่าวว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวบางเครื่องยังคงเกิดไฟลุกไหม้

นักลงทุนจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ซึ่งจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจครั้งที่ 60 ของเฟดสาขาบอสตัน ในวันศุกร์ที่ 14 ต.ค.นี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อจับความเคลื่อนไหวว่าประธานเฟดจะส่งสัญญาณเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หรือไม่ โดยการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "The Elusive Recovery"

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงรายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ