ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday April 17, 2018 07:38 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายพร้อมกับจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหาว่า รัสเซียและจีนจงใจลดค่าเงิน

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.09 เยน จากระดับ 107.46 เยน และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9599 ฟรังก์ จากระดับ 0.9622 ฟรังก์

ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ที่ระดับ 1.2377 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2334 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะระดับ 1.4328 ดอลลาร์ จากระดับ 1.4243 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7778 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7761 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ทวีตข้อความเมื่อวานนี้ โดยกล่าวหารัสเซียและจีนว่าจงใจลดค่าเงิน

"รัสเซียและจีนกำลังเล่นเกมลดค่าเงิน ขณะที่สหรัฐกำลังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นี่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้" ข้อความในทวิตเตอร์ระบุ

ปธน.ทรัมป์กล่าวหารัสเซียและจีนในเรื่องการลดค่าเงินเมื่อวานนี้ แม้ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐออกรายงานในวันศุกร์ระบุว่า ไม่มีประเทศใดที่มีพฤติกรรมจัดอยู่ในกลุ่มที่จงใจปั่นค่าเงิน โดยจีนยังคงถูกขึ้นบัญชีในฐานะประเทศที่"ถูกจับตามอง"พฤติกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับค่าเงิน และนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ขณะที่รัสเซียไม่ได้ถูกขึ้นบัญชีดังกล่าว

นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากสหรัฐและชาติพันธมิตรได้เปิดฉากโจมตีซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขณะที่นางนิกกี้ ฮาร์ลีย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ ระบุว่า สหรัฐจะออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซียเพื่อตอบโต้การใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐซึ่งมีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 1 จุด สู่ระดับ 69 ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จากความกังวลเกี่ยวกับค่าวัสดุที่แพงขึ้น

อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงอยู่สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงมุมมองโดยทั่วไปที่เป็นบวก

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกฟื้นตัวขึ้น 0.6% ในเดือนมี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 3 เดือน โดยยอดค้าปลีกเดือนมี.ค.ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของยอดขายรถยนต์

ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนมี.ค. หลังจากทรงตัวในเดือนก.พ.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่นักลงทุนให้ความสนใจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนมี.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-การใช้กำลังการผลิตเดือนมี.ค., รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีการผลิตเดือนเม.ย.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ