โพลล์เผยการเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายหวั่นกระทบเยาวชน

ข่าวทั่วไป Tuesday July 7, 2015 17:17 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--7 ก.ค.--วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส,อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช ประธานกรรมการ,ดร.พิสิฐ พฤกษ์สถาพร กรรมการรองผู้อำนวยการ และอาจารย์วัฒนา บุญปริตร กรรมการรองผู้อำนวยการ สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ระดับอุดมศึกษาร่วมแถลงผลสำรวจและความรับรู้ต่อการเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย จากประชาชนเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ศ.ศรีศักดิ์กล่าวว่าหลังแนวคิดการเสนอให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายถูกยกมาพูดถึงอีกครั้ง ก็กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมถึงข้อดีข้อเสียรวมถึงความพร้อมของประเทศไทยในการอนุญาตให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายขึ้น โดยฝ่ายที่เห็นด้วยระบุว่าถือเป็นช่องทางนำรายได้เข้าประเทศทางหนึ่ง และช่วยจำกัดจำนวนคนไทยที่ออกไปเล่นการพนันในต่างประเทศรวมทั้งเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยว ฝ่ายที่คัดค้านนั้นได้ให้เหตุผลว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธจึงไม่เหมาะในการอนุญาตให้เปิดบ่อนการพนันซึ่งถือเป็นอบายมุขผิดหลักคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และยังอาจส่งผลกระทบให้มีคนติดการพนันเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มเด็กเยาวชน สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์จึงได้ทำการสำรวจความคิดเห็นต่อการเปิดบ่อนการพนัน (คาสิโน) ถูกกฎหมายในประเทศไทยของประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพและปริมณฑล โดยได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,169 คน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 50.64 ขณะที่ร้อยละ 49.36 เป็นเพศชาย โดยที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 30.97 มีอายุเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 25 ถึง 34 ปี นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีคิดเป็นร้อยละ 33.36 และกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นลูกจ้าง/พนักงานในห้างร้านหรือบริษัทเอกชนคิดเป็นร้อยละ 31.31 ในด้านความสนใจต่อข่าวการเสนอให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 49.02 ให้ความสนใจติดตามข่าวที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปบางส่วนเสนอให้มีการเปิดบ่อนการพนัน (คาสิโน) ถูกกฎหมายในประเทศไทยบ้างเป็นบางช่วง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20.1 ระบุว่าตนเองให้ความสนใจติดตามข่าวโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามมีกลุ่มตัวอย่างถึงเกือบหนึ่งในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 30.88 ที่ไม่ให้ความสนใจติดตามข่าวเลย ในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสนอให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมาย กลุ่มตัวอย่างมากกว่าสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 76.65 เชื่อว่ามีกลุ่มอิทธิพล/กลุ่มผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังในการเคลื่อนไหวให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทย ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างถึงประมาณสามในสี่หรือคิดเป็นร้อยละ 75.96 มีความคิดเห็นว่าการเสนอให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยโดยให้เหตุผลว่าเพื่อนำรายได้เข้าประเทศถือเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล แต่ในทางกลับกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 67.66 มีความคิดเห็นว่าการคัดค้านไม่ให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยโดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธถือเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นกัน นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างถึงเกือบสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 65.61 มีความคิดเห็นว่าการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยจะไม่ส่งผลให้มีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันเถื่อนในสถานที่ต่าง ๆ ลดน้อยลง ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 69.29 มีความคิดเห็นว่าการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยจะไม่ส่งผลให้คนไทยออกไปเล่นการพนันในประเทศใกล้เคียงน้อยลง เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 58.25 มีความคิดเห็นว่าการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายในประเทศไทยจะไม่ส่งผลให้นักเรียนนักศึกษาที่กลายเป็น "นักพนันหน้าใหม่" มีเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 31.57 มีความคิดเห็นว่าส่งผล ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 70.49 มีความคิดเห็นว่าสภาพสังคมไทยในปัจจุบันยังคงไม่มีความเหมาะสมที่จะให้มีการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมาย ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20.1 มีความคิดเห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 9.41 ไม่แน่ใจ นอกจากนั้นกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 68.86 มีความคิดเห็นว่าในระยะเวลาอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะยังไม่มีโอกาสเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 22.07 มีความคิดเห็นว่ามีโอกาสแล้ว ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 9.07 ไม่แน่ใจ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างการเปิดบ่อนการพนันถูกกฎหมายกับการมีเว็บไซด์ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 48.16 มีความคิดเห็นว่านักเรียนนักศึกษาจะสามารถเข้าถึงการพนันในออนไลน์บนเว็บไซด์ได้ง่ายกว่า ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 30.71 มีความคิดเห็นว่าสามารถเข้าถึงได้ง่ายพอๆ กันทั้งสองช่องทาง ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 21.13 มีความคิดเห็นว่าเข้าถึงบ่อนการพนันถูกกฎหมายได้ง่ายกว่า

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ