TPBI โชว์ปี 59 กำไรสุทธิเติบโต 4.18% บอร์ดเคาะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น ชูสินค้ากลุ่ม High Value Added และสินค้าใหม่กลุ่ม General Packaging บุกตลาดปี 60 เพื่อความเติบโตอย่างยั่งยืน

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday February 27, 2017 10:38 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--27 ก.พ.--เอ็ม ที มัลติมีเดีย 'บมจ.ทีพีบีไอ' หรือ TPBI โชว์ผลการดำเนินงานปี 59 หลังทำกำไรสุทธิ 396.12 ล้านบาท เติบโต 4.18% ชี้จากปัจจัยผลิตภัณฑ์กลุ่ม High Value Added, ถุงขยะ, และเม็ดคอมพาวด์ ขยายตัวได้ดี ดันสัดส่วนรายได้แตะเกือบ 50% จากรายได้รวม และการบริหารจัดการด้านต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพช่วยหนุน ด้านบอร์ดบริษัท ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.60 บาทต่อหุ้น ขณะที่ปี 60 รุกดันสัดส่วนรายได้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม High Value Added, สินค้าใหม่ ๆ ในกลุ่ม General Packaging, พร้อมทั้งขยายกำลังการผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์มัลติเลเยอร์ฟิล์ม เพิ่มอีก 2,500 ตันต่อปี หลังความต้องการใช้สินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกในอุตสาหกรรมอาหารเพิ่มขึ้น คาดสิ้นปีรายได้รวมเติบโต 5-10% นายกมล บริสุทธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ TPBI ผู้นำอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ครบวงจรระดับโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม ที่มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานสากล เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2559 บริษัทฯ สามารถผลักดันการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีกำไรสุทธิ 396.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.18% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 380.22 ล้านบาท และทำรายได้รวม5,000.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 4,788.74 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนั้น มาจากปัจจัยการขยายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภค (Flexible Packaging), ผลิตภัณฑ์ถุงขยะ, และผลิตภัณฑ์เม็ดคอมพาวด์ โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภค (Flexible Packaging)ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่จัดในประเภท High Value Added ที่มีอัตราการเติบโตได้ดี เนื่องจากคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศมีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและรายได้จากรายการขายที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในการดำเนินงาน จึงช่วยสนับสนุนกำไรสุทธิของ TPBI เพิ่มขึ้น ขณะที่สินค้ากลุ่มGeneral Packaging ประเภทถุงขยะ ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักก็มีการเติบโตที่ดีและได้ช่วยสนับสนุนสร้างความมั่นคงของรายได้จากการดำเนินงานแก่บริษัทฯ ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานปี 2559 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา0.60 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 4 เดือน พฤษภาคม 2560 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 เดือน พฤษภาคม 2560 ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน TPBI กล่าวว่า ส่วนแผนงานปี 2560 นั้น ถือเป็นปีที่ TPBI จะปรับตัวให้สอดรับกับแนวโน้มความต้องการสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ปัจจุบันพบว่าความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับการขนส่งสินค้าเติบโตขึ้นตามการเติบโตของ E-commerce บริษัทฯ จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้ภายในไตรมาส 1/60 นี้ พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาและขยายตลาดผลิตภัณฑ์ถุงขยะในรูปแบบใหม่ ๆ, ถุงสำหรับอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป, ถุงสำหรับใส่ครีมตกแต่งหน้าเค้ก, ถุงสำหรับแช่แข็งอาหารในตู้เย็น,ฯลฯ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นรายได้จากกลุ่ม General Packaging ให้มีความยั่งยืนและเติบโตขึ้น ขณะที่กลุ่มสินค้า High Value Added บริษัทฯ ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 25% หลังจากแนวโน้มความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่ม Multilayer Film ที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์ Flexible Packaging, สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น ดังนั้น บริษัทฯ จึงตัดสินใจลงทุนขยายกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มดังกล่าวอีก 2,500 ตันต่อปีจากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิต 9,000 ตันต่อปี ซึ่งจะใช้เงินลงทุนเครื่องจักรประมาณ 60-70 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ส่วนความคืบหน้าโครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคอีก 100 ล้านเมตรต่อปี ที่มีวงเงินลงทุนประมาณ800 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในต้นปี 2561 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 50 ล้านเมตร ในปีแรกหลังจากที่โรงงานดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จากนั้นจะเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตให้ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการสินค้าของตลาด นอกจากนี้การศึกษาความเป็นไปได้สำหรับการร่วมทุนกับผู้ร่วมทุนชาวพม่าเพื่อทำการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับตลาดพม่า คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งคาดว่าโครงการทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันการเติบโตของ TPBIอย่างต่อเนื่องในอนาคต "ในปีนี้ จะเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้ากลุ่ม General Packaging ให้สอดรับกับเทรนด์ของตลาดที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวเราจึงมีการลงทุนใหม่เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการผลิต โดยเชื่อว่ากลุ่มสินค้า High Value Added และสินค้าใหม่ในกลุ่มสินค้า General Packaging จะเป็นหัวหอกที่ช่วยให้เราสามารถทำรายได้เติบโต 5-10% ตามแผนที่วางไว้" นายกมล กล่าว

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ