SELIC แจงงบปี 59 พร้อมเผยแผนธุรกิจปี 60 ตั้งเป้ารายได้โต 10 % มุ่งเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ทั้งในปท. - ตปท.

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday March 6, 2017 10:27 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--6 มี.ค.--พีอาร์นิวส์บียอนด์ SELIC เผยงวดปี 59 โกยกำไรสุทธิ 39.04 ลบ. รายได้แตะ 560.79 ลบ. บอร์ดใจดีจ่ายปันผล 0.053 บ./หุ้น ขึ้นXD วันที่ 17 เม.ย. 60 ด้านซีอีโอ "เอก สุวัฒนพิมพ์" เปิดแผนธุรกิจในปี 60 ตั้งเป้ารายได้โต 10% ชูกลยุทธ์ เพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งในปท.และตปท. พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ - ปรับปรุงห้องปฏิบัติการ หวังสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ทันสมัย นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) SELIC ผู้นำกาวอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งไทยและสากลกว่า 27 ประเทศทั่วโลก เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวดปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 560.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิทำได้39.04 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน สำหรับผลประกอบการปี 2559 ใกล้เคียงกับปีก่อน ส่งผลให้ปี 2559 มีกำไรขั้นต้น 29.66 % (ไม่รวมรายได้อื่น) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน9.03% โดยสาเหตุเนื่องจากทางบริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายพิจารณาลดการจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายของบริษัทมีแนวโน้มลดลงกว่า 10% อีกทั้งกำไรเบ็ดเสร็จรวม (OCI) ของบริษัทฯ มีการปรับขึน 4.32% จากเดิมปี 2558 ที่ 39.39 ล้านบาท ปรับขึ้นเป็น41.09 ล้านบาท นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2559 ในอัตรา 0.053 บาท/หุ้น โดยให้ผู้ถือหุ้นที่จะปรากฏชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 19 เม.ย. 2560 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD)วันที่ 17 เม.ย. 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 เม.ย. 2560 นายเอก กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนธุรกิจในปี 2560 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมที่ระดับ 10% จากปีก่อน โดยบริษัทวางเป้าหมายการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการเติบโตของภาวะอุตสาหกรรมและการเติบโตในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งมุ่งเน้นเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทจัดจำหน่ายในปัจจุบัน ทั้งอุตสาหกรรมในประเทศ และตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น รวมถึง ขยายฐานการจำหน่ายไปยังประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศในกลุ่ม AEC รวมถึงออสเตรเลีย และยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองการเจริญเติบโตของตลาดและกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมทั้งปรับปรุงห้องปฏิบัติการ เครื่องมือและอุปกรณ์ในการวิจัยและพัฒนา รวมถึงพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มมาตรฐานผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ทันสมัย อีกทั้ง บริษัทจะปรับปรุงระบบการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเสีย เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมไปถึงปรับปรุงและพัฒนาระบบSoftware ของบริษัท เช่น ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) โดยการนำระบบ System Application Program (SAP) เข้ามาใช้ในการดำเนินงานของบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน "ปีนี้เรามองรายได้มีโอกาสที่จะเติบโตได้ราว 10% โดยบริษัทยังเน้นเรื่องของการผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวอุตสาหกรรม (Adhesive Technology) ที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ โดยมีฐานลูกค้าทั้งในอาเซียน, เอเชียใต้,แอฟริกา, ยุโรป, อเมริกาใต้, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอาหาร, อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลัง, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงอุตสาหกรรมรองเท้าและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ทั่วไป อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น" นายเอก กล่าว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยด้วยว่า ในปี 2560 เป็นปีแห่งการลงทุนที่ต่อเนื่องจากปี 2559 โดยสัดส่วนการใช้เงินแบ่งออกเป็นดังนี้ ใช้เป็นเงินทุนสำหรับจัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ในการวิจัยและพัฒนา จำนวน 40 ล้านบาท ที่ลงทุนต่อเนื่องจากปี 2559 จนถึงปี 2561 รวมถึงใช้เป็นเงินทุนสำหรับปรับปรุงอาคารและปรับปรุงระบบการผลิตที่ต่อเนื่องจากปี 2559-2561 อีกจำนวน 40 ล้านบาท นอกจากนี้ ใช้เป็นเงินทุนสำหรับการวางระบบ ERP (SAP) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอีก 8 ล้านบาท โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ 2559 จะต่อเนื่องจนถึงปี 2561 รวมถึงยังใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจและรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทในอนาคตต่อเนื่องจากปี 2559-2561 ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับการเติบโตของบริษัทในระยะยาวได้

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ