SELIC เจาะตลาดกลุ่ม CLMV คำรามปีนี้โต 2 หลัก

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday March 28, 2017 16:13 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--28 มี.ค.--พีอาร์นิวส์บียอนด์ SELIC เจาะตลาดกลุ่ม CLMV-มองอุตฯปีนี้เติบโต หนุนผลงานโตเป็นตัวเลข 2หลัก ตามเป้าหมายระยะสั้น แย้มมองหาพาร์ทเนอร์ในการลงทุน หรือ การพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันในระยะยาว พร้อมทุ่มงบปีนี้ ราว 40-60 ลบ. พัฒนา R&D -เพิ่มไลน์การผลิต ด้าน"เอก สุวัฒนพิมพ์" บอสใหญ่ SELIC เผยปี59 รักษาผลกำไรใกล้เคียงปีก่อน-มียอดขายราว 560ลบ. แถมใจดีจ่ายปันผลอัตรา0.053 บาท/หุ้น นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) SELIC ผู้นำกาวอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งไทยและสากลกว่า 27 ประเทศทั่วโลก เปิดเผยว่า ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมปีนี้เติบโตดี โดยมองว่าอุตสาหกรรมในประเทศไทยน่าจะมีการฟื้นตัว เพราะจีดีพีเริ่มส่งสัญญาณว่ามีการเติบโตที่ดีขึ้น ประกอบกับ ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนการลงทุน อาทิ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนอื่นๆ น่าจะเป็นส่วนช่วยให้สามารถดึงเม็ดเงินจากประเทศให้เข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังมองว่าภาพรวมของ AEC ยังมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) โดยปัจจุบันจะสังเกตได้ว่ากลุ่ม CLMV มีการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ประกอบกับ ยังมีการสร้างโรงงาน และยังขยายไลน์การผลิตเพิ่มเติม ทำให้มองว่าน่าจะเป็นแนวโน้มที่ดีในปีนี้ สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้บริษัทจะผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์กาว Hot Melt เพราะสินค้ามีความโดดเด่น และสามารถแข่งกับสินค้าที่มาจากต่างประเทศได้ และจะเน้นไปที่ตลาด CLMV โดยมองว่าปีนี้ยังมีโอกาสในการเจริญเติบโตในประเทศกลุ่มนี้ค่อนข้างสูง และในครึ่งปีหลัง จะมีสินค้าที่เริ่มผลิตเข้ามา หลังจากที่มีการรุกทำตลาดตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว น่าจะส่งผลให้บริษัทสามารถที่จะขยายยอดขายเป็นไปตามเป้าที่บริษัทวางไว้ที่คาด ขณะที่เป้าหมายระยะสั้นมองการเติบโตเป็นตัวเลข 2หลักในทุกๆ ปี ส่วนระยะกลางและยาว มองไปถึงโอกาสที่จะหาพาร์ทเนอร์ในการลงทุน หรือการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกันในระยะยาว โดยเป็นสิ่งที่จะส่งผลให้บริษัทเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน "ผลการดำเนินงานในปี 59 เราสามารถรักษาผลกำไรใกล้เคียงปีก่อนและมียอดขาย 560 ล้านบาท โดยใกล้เคียงที่คาดการณ์ไว้มองว่าการเติบโตในอนาคตการเจริญเติบโตแนวโน้มดีขึ้น หลังที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้างสินค้าเกือบหมดแล้ว และบริษัทยังคงเน้นการทำวิจัย R&D โดยจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดทำให้บริษัทสามารถขยายอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โดยจากเดิมที่บริษัทมีสินค้าหลักๆ ในอุตสาหกรรมรองเท้า อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม รวมถึงยังมีการส่งออกไปใน AEC และให้หลายๆ ประเทศทั่วโลก" นอกจากอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมรองเท้า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีอยู่แล้วนั้น บริษัทมองการรุกเข้าไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ยานยนต์ และเฟอร์นิเจอร์เพิ่มมากขึ้น โดยมองว่ามีโอกาสในการเติบโต และช่วยสนับสนุนต่อการเติบโต ซึ่งฐานลูกค้าหลักของบริษัท ยังคงเป็น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งบริษัทจะเป็นผู้ผลิตที่ซัพพลายวัตถุดิบให้กับผู้นำในอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมรองเท้าในประเทศ และต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชีย และแอฟริกา มีการส่งออกไปเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะใช้เงินลงทุนในปีนี้ราว 40-60 ล้านบาท โดยนำเงินสดมาจากการระดมทุนไอพีโอในช่วงผ่านมา ซึ่งเป็นการลงทุนตามแผนการใช้เงินที่เคยประเทศไว้ก่อนหน้านี้ โดยเบื้องต้นแผนปีนี้จะเน้นการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพระบบการผลิตของโรงงานให้ดีขึ้น รวมถึงพัฒนา R&D โดยคาดจะมีการนำเครื่องมือเข้ามาเพิ่มขึ้น เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นไปด้วยความแม่นยำ และพัฒนาออกมาได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการเพิ่มทีมงานในส่วนของเทคโนโลยีบางตัวที่ได้เริ่มไปแล้วในปีก่อนได้ดี จึงอาจจะต้องมีการขยายผลเพิ่มเติม นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มไลน์การผลิต โดยมีแผนลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม เนื่องจากมีโปรดักส์หลายตัวที่ทาง R&D ทำไปแล้ว แต่เครื่องจักรในโรงงานปัจจุบันยังไม่มีศักยภาพในการผลิตได้เต็มที่ ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนที่จะลงทุนเพิ่มไลน์ เพื่อให้มีสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น เขากล่าวทิ้งท้ายว่า ผลประกอบการงวดปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 560.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิทำได้ 39.04 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ซึ่งบริษัทมีกำไรขั้นต้น 29.66 % (ไม่รวมรายได้อื่น) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 9.03% โดยสาเหตุเนื่องจากทางบริษัทฯ ยังคงดำเนินนโยบายพิจารณาลดการจำหน่ายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายของบริษัทมีแนวโน้มลดลงกว่า 10% อีกทั้ง กำไรเบ็ดเสร็จรวม (OCI) ของบริษัทฯ มีการปรับขึ้น 4.32% จากเดิมปี 2558 ที่ 39.39ล้านบาท ปรับขึ้นเป็น 41.09 ล้านบาท ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล สำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2559 ในอัตรา 0.053 บาท/หุ้น โดยให้ผู้ถือหุ้นที่จะปรากฏชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 19 เม.ย.2560 และวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 17 เม.ย. 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 เม.ย. 2560 อนึ่ง ผลิตภัณฑ์กาว Hot Melt (Hot Melt Adhesive) หรือกาวร้อน เป็นกาวเทอร์โมพลาสติก โดยแบ่งออกเป็น 1) ผลิตภัณฑ์กาว High Performance Hot Melt ใช้ในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค ฉลาก บรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ แอสแซมบลี เฟอร์นิเจอร์และงานไม้ทั่วไป 2) ผลิตภัณฑ์กาว Pressure Sensitive Adhesive (PSA)ใช้ในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เทปกาว ผ้าอ้อม ผ้าอนามัย และ ฉลาก 3) ผลิตภัณฑ์กาว Polyurethane Reactive Hot Melt (HMPUR)ใช้ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ทั่วไป อุตสาหกรรมอีเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมก่อสร้าง และแอสแซมบลี

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ