RIMOWA Aluminium Case – THE ICON

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- จันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2560 18:53:00 น.
กรุงเทพฯ--13 พ.ย.--บอนนี่ อินเตอร์เนชั่นแนล
80 ปีแห่งประวัติศาสตร์

ตำนานความเป็นมาของแบรนด์ RIMOWA(ริโมว่า) เกิดขึ้นเมื่อทศวรรษที่ 1930 เมื่อโรงงานของ RIMOWA เกิดไฟไหม้ สิ่งที่เหลือรอดมาได้มีเพียงอย่างเดียว คือ โลหะเงินทนไฟสีเทาอ่อน ในปี ค.ศ. 1937 ได้มีการปฏิวัติโลกแห่งการเดินทาง ด้วยการริเริ่มผลิตกระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักเบาที่ทำจากวัสดุอลูมิเนียม ซึ่งได้ยืนหยัดผ่านห้วงเวลาแห่งการทดสอบ และยังคงมีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบของ RIMOWA โดยค.ศ. 1950 กระเป๋าอลูมิเนียมได้พัฒนาไปเป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์พื้นผิวแบบกรู๊ฟไลน์ (Groove Line) อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ได้สร้างวัฒนธรรมใหม่แห่งการเดินทาง จากรุ่นสู่รุ่นทำให้เกิดอีกนวัตกรรมสำคัญอีกอย่างหนึ่งตามมาหลังจากนั้นในปีค.ศ. 1976 นั่นคือการผลิตกระเป๋ากันน้ำสำหรับใส่กล้อง ซึ่งมีคุณสมบัติการปกป้องอุปกรณ์จากน้ำ และความชื้น RIMOWA ได้วิจัย และคิดค้นพัฒนากระเป๋าเดินทางมาตลอด และได้กลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่ง ของกระเป๋าเดินทางคุณภาพสูง ที่นักเดินทางทั่วโลก ต่างอยากครอบครองเป็นเจ้าของ และในปัจจุบันปีนี้ ค.ศ. 2017 ได้มีการเปิดตัวกระเป๋าเดินทางพื้นผิวดีไซน์แบบกรู๊ฟไลน์ รุ่นTOPAS ที่เป็นเจเนอเรชั่นใหม่ ถือเป็นการก้าวกระโดดที่สำคัญอีกครั้งของกระเป๋าอลูมิเนียมที่โดดเด่นในแบบของ RIMOWA

80 ปีแห่งรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์

RIMOWA ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์และรูปแบบที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอันเป็นแบบฉบับของกระเป๋าเดินทางอลูมิเนียมแบบดั้งเดิม ในช่วงระยะเวลาการผลิตนั้น ตัวกระเป๋าอลูมิเนียม ซึ่งผลิตจากวัสดุพิเศษที่มีความทนทานสูง ผสมผสานกับความมันเงา และความแข็งแรงของวัสดุ ที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตที่ประณีต โดยปรับเปลี่ยนจากพื้นผิวที่นุ่มนวลสู่พื้นผิวที่มันเงาและดีไซน์เป็นร่องริ้ว ประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 205 ชิ้นและต้องผ่านกระบวนการผลิตถึง 90 ขั้นตอน กว่าจะมาเป็นกระเป๋ารูปแบบใหม่ ในช่วงเวลาเพียง 117 นาที กระเป๋าเดินทางสุดคลาสสิกรุ่น TOPAS จะเสร็จสมบูรณ์ พร้อมส่งออกจากโรงงานในเมืองโคโลญจน์ ตลอดช่วงเวลาการเดินทาง ทุกรอยบุบ รอยขีดข่วน และรอยสติกเกอร์ที่ได้รับ จะถูกบันทึกไว้บนพื้นผิวของกระเป๋าที่ได้จากการการร่วมออกเดินทาง ถือเป็นการแสดงออกถึงหน้าประวัติศาสตร์ที่ได้แบ่งปันร่วมกัน

ฉลองครบรอบ 80 ปี

ต้นฉบับกระเป๋าเดินทางอลูมิเนียมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ค.ศ. 1937 ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ขนาด วัสดุบุภายใน มุม หูจับของกระเป๋าและล้อลาก เหล่านี้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามการใช้งานและความต้องการของลูกค้า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีของกระเป๋าอลูมิเนียม RIMOWA จึงได้นำเสนอตัวตนของเหล่านักเดินทางผ่านโลกแห่งการเดินทางในแบบฉบับของพวกเขาเองกับกระเป๋า RIMOWA ในครั้งนี้ รวมถึงแฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง Karl Lagerfeld แสดงรูปถ่ายพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของเขา นอกจากนี้ยังได้ร่วมงานกับบุคคลที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ได้แก่ David Fincher ผู้กำกับชื่อดัง , Carine Roitfeld บรรณาธิการบริหาร, Anne Imhof ศิลปิน, Virgil Abloh ดีไซเนอร์, Martha Stewart นักธุรกิจ, Massimo Bottura เชฟชื่อดัง , Hans Ulrich Obrist หัวหน้าผู้ดูแลในพิพิธภัณฑ์, AMBUSH กลุ่มคนรักงานดีไซน์, Annabelle Selldorf สถาปนิก และ Nigo ดีเจและดีไซเนอร์ พวกเขาเหล่านิ จะมาร่วมสร้างสรรค์การเดินทางและบอกเล่าเรื่องราวผ่านรูปถ่าย โดยรูปภาพเหล่านี้จะถูกถ่ายโดยช่างภาพชาวเยอรมัน Frank Huelsboemer เพื่อนำเสนอและเผยแพร่ในช่องทางโซเชียลมีเดียและบนเว็บไซต์ของ RIMOWA http://www.rimowa.com/aluminium มาพร้อมกับคำบรรยายว่า การเดินทางได้สร้างและแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของเจ้าของกระเป๋าได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์สั้น นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตกระเป๋าเดินทางจากวัสดุอลูมิเนียม กำกับโดย Dan Tobin Smith ณ สำนักงานใหญ่ เมืองโคโลญจน์

พบกับ กระเป๋าเดินทางอลูมิเนียมของ RIMOWA ทั้ง 4 รูปแบบ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งจะเป็นตัวแทนที่สื่อถึงการพัฒนาตลอด 80 ปีที่ผ่านมา

• กระเป๋าเดินทางใบแรก ทรง Trunk เป็นหนึ่งในกระเป๋ารุ่นแรกที่ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียม ซึ่งเป็นลายค้อนทุบ อันเป็นลักษณะเฉพาะในสมัยนั้น

• กระเป๋าใบเล็กของ RIMOWA ที่มาพร้อมกับพื้นผิวดีไซน์แบบกรู๊ฟ ถือเป็นป็นสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยและมีสไตล์ในยุคกลางศตวรรษที่ 20

• กระเป๋าใส่กล้อง ก็ถือเป็นผลงานอีกชิ้นที่แสดงถึงนวัตกรรมของ RIMOWA ปัจจุบันยังคงมีการผลิตอย่างต่อเนื่องที่เมืองโคโลญจน์

• ในปี ค.ศ. 2017 กระเป๋าอลูมิเนียมแห่งยุครุ่น TOPAS รูปทรงล้อลากแบบทันสมัยผลิตจากวัสดุอลูมิเนียม มาพร้อมความคล่องตัวในทุกการเดินทางด้วยระบบล้อลากแบบ Multiwheel(R) ที่มีคุณภาพสูง มาพร้อมกับคันชักแบบปรับระดับได้ เพื่อตอบโจทย์การการเดินทางที่สมบูรณ์แบบทั้งภาพลักษณ์ และคุณภาพ

ADVERTISEMENT