“รองนายกรัฐมนตรีสมคิด”มอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หนุนกระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่องแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกร ผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้ขายไม่ต่ำกว่าทุน ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลด้านเกษตรบูรณาการอย

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- อังคารที่ 12 ธันวาคม 2560 18:07:18 น.

กรุงเทพฯ--12 ธ.ค.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ได้เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจแก่ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม พร้อมทั้งยกการรายงานของธนาคารโลกที่ว่า ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการพัฒนา มีความเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สามารถลดช่องว่างของความแตกต่างทางรายได้ของประชากร ทำให้จำนวนประชากรระดับชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และจัดให้ประเทศไทยอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศจีน และมาเลเซีย

สำหรับงานเร่งด่วนที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องเร่งขับเคลื่อน คือ การผลักดันมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น การสร้างความเข้มแข็งในระบบสหกรณ์ การส่งเสริมเกษตรกรด้านปศุสัตว์ การแก้ปัญหาราคายางพารา รวมทั้งสินค้าอื่นๆ ให้มีตลาดรองรับ เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้ราคาไม่ต่ำกว่าต้นทุน มีรายได้เพียงพอในการเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ยังรวมถึง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้านการเกษตรในระยะยาว อาทิ การปรับเปลี่ยนไปทำการเกษตรที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ การนำผลิตสินค้าเกษตรตามความต้องการของตลาด การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการส่งเสริมการผลิต การน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการทำเกษตรอย่างเหมาะสม เป็นต้น ซึ่งการทำงานในระยะต่อไปจะต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านข้อมูล และความเชื่อมโยงในการดำเนินงาน ได้แก่ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เป็นต้น

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์วางแผนการดำเนินงานส่งเสริมให้ราคาพืชผลของเกษตรกรดีขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องยางพารา ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 46 - 47 บาท จึงได้วางมาตรการดำเนินการในเบื้องต้นเป็น 3 มาตรการ ดังนี้ (1)ภายในสัปดาห์หน้าจะยังคงให้ภาคเอกชนร่วมกับการยางแห่งประเทศไทยรับซื้อยางพารา แต่หลังจากนั้นหากราคายางยังไม่เพิ่มขึ้น ทางกระทรวงเกษตรฯ โดยการยางแห่งประเทศไทย จะประสานไปยังสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสมาคมผู้ส่งออกเร่งซื้อยางให้เพิ่มมากขึ้น (2) เพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในโครงการต่างๆ ของส่วนราชการจากเดิมปริมาณ 33,000 ตัน เพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 50,000 - 80,000 ตัน โดยร่วมกับกระทรวงคมนาคมเร่งใช้ยางพาราในโครงการซ่อมถนน ทั้งถนนสายรองและถนนตามหมู่บ้านต่างๆ และ (3) หากแนวทางดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนให้ราคายางเพิ่มขึ้น ทางการยางแห่งประเทศไทยจะเตรียมงบประมาณเพื่อรับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวนยางเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้ง 3 มาตรการดังกล่าวจะทำให้ราคายางพาราขยับตัวเพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่มีการนำยางพาราที่ค้างสต๊อกมาใช้อย่างแน่นอน และจะดูแลเกษตรกรชาวสวนยางโดยรับซื้อยางพาราในราคาที่ไม่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิต

นอกจากนี้ ได้นำเรียนรองนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรที่มีรายได้น้อย ซึ่งจะมีการจัดโครงการอบรมเกษตรกร โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยจัดอบรม 1 หลักสูตร 2 กิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และกิจกรรมแนะนำให้เกษตรกรได้เรียนรู้และวางแผนการจำหน่ายพืชผล เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ในช่วงที่รอฤดูกาลขายผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้มีคลินิกแก้ไขความยากจน โดยมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ธ.ก.ส. และกระทรวงมหาดไทย ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพและแนะนำแนวทางในการหารายได้เพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกร เช่น การรวมกลุ่มในการเลี้ยงปศุสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ เป้าหมายแรกในการดำเนินงาน คือ การช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนและมีหนี้สินมาก ซึ่งเป็นความเร่งด่วนที่ต้องให้ความช่วยเหลือในลำดับแรก โดยจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรต่อไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง