ข่าวอินโฟเควสท์
11:05 TIPCO จ่ายเงินปันผลปี 60 อัตรา 0.50 บาท/หุ้น ขึ้น XD 19 เม.ย.   เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด วันที่คณะกรรมการมีมติ : 16 ก.พ. 2561 ชนิดการปันผล …
10:26 GULF แจ้งบ.ย่อย GCG ลงนามจ้าง STEC สร้างโรงไฟฟ้ากัลฟ์ จะนะ กรีน พร้อมกู้เงินกับ ADB-BBL   บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) แจ้งว่า เม…

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 18 มกราคม 2561 โดย YLG

ข่าวหุ้น-การเงิน ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 18 มกราคม 2561 18:02:20 น.
กรุงเทพฯ--18 ม.ค.--วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส

สภาวะตลาดวันที่ 18 มกราคม 2561 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,324.05-1,329.93 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,100 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,250 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFG18 อยู่ที่ 20,180 บาท โดยราคาปรับตัวลดลง 130 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,310 บาท

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.38 น. ของวันที่ 18/01/61)
แนวโน้มวันที่ 19 มกราคม 2561

การเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาส 4/2560 และปี 2560 ของจีน บ่งชี้ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน สูงกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า GDP ในไตรมาส 4 ขยายตัว 6.8% ขณะที่การขยายตัวสำหรับทั้งปี 2560 เพิ่มขึ้นสู่ 6.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ประมาณ 6.5% สำหรับปี 2560 และเร็วขึ้นจากการขยายตัวในปี 2558 ที่ 6.7% ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดในรอบ 26 ปี ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง และส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันพฤหัสบดี สอดคล้องกับ ตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวในคืนวันพุธ ซึ่งดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดเหนือระดับ 26,000 เป็นครั้งแรก เนื่องจากนักลงทุนคาดหมายว่าผลประกอบการบริษัทที่ดีขึ้นได้ช่วยดันหุ้นทุกภาค โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ทะยานสู่ระดับสูงสุดใหม่อีกครั้ง ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน อีกทั้งทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มหลังดัชนีดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเงินดอลลาร์แข็งค่าทำให้ราคาโลหะที่ใช้เงินดอลลาร์แพงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ไม่ใช่ชาวอเมริกัน นอกจากนี้การร่วงลงของยูโรจากจุดสูงสุด หลังจาก นายอีวัลด์ โนวอทนี เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป(ECB) แสดงความเห็นว่าความแข็งแกร่งของยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ "ไม่ได้เป็นประโยชน์" ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการเทขายทำกำไร จนช่วยกระตุ้นให้ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้น รวมถึงการแสดงความวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคต่อการคุมเข้มนโยบายในปีนี้ ดังนั้นจึงยังต้องติดตามการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB ในอนาคต เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินยูโร, ดอลลาร์และราคาทองคำในระยะถัดๆไป

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีประเมินว่า หลังจากราคาทองคำดีดตัวขึ้นมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาเพิ่มมากขึ้น ราคาทองคำจึงพยายามแกว่งตัวออกด้านข้าง ทั้งนี้หากราคาทองคำดีดตัวขึ้นไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,344-1,346 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือไม่สามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ราคาทองคำอาจมีย่อตัวลงมา โดยประเมินแนวรับที่ 1,322 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคาก็พร้อมขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,346-1,358 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ในระยะสั้นแนะนำให้เล่นในกรอบ โดยรอจังหวะเปิดสถานะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นไปบริเวณแนวต้าน

ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,322 (19,950บาท) 1,315 (19,850บาท) 1,303 (19,650บาท)
แนวต้าน 1,346 (20,350บาท) 1,358 (20,550บาท) 1,365 (20,650บาท)
GOLD FUTURES (GFG18)
แนวรับ 1,322 (20,080บาท) 1,315 (19,970บาท) 1,303 (19,790บาท)
แนวต้าน 1,346 (20,450บาท) 1,358 (20,630บาท) 1,365 (20,740บาท)

หากต้องการทราบทิศทางราคาทองคำและแนวทางลงทุนทองคำ ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้านโกล์ดฟิวเจอร์ส โทร.02-687-9999

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง