รัฐมนตรีเกษตรฯ ปลื้ม โครงการ“ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน”ยกระดับรายได้เกษตรกรแปลงใหญ่ KickOff จ.นครปฐม

ข่าวทั่วไป ThaiPR.net -- พฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2561 10:47:50 น.
กรุงเทพฯ--26 เม.ย.--กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รัฐมนตรีเกษตรฯ ปลื้ม โครงการ"ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน"ยกระดับรายได้เกษตรกรแปลงใหญ่ KickOff จ.นครปฐม ดึงคู่ธุรกิจผนึกกำลังร่วมขับเคลื่อน ระหว่างบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด กับ กลุ่มแปลงใหญ่ผัก ลุยจำหน่ายผักเกษตรปลอดภัยในร้านกาแฟมวลชน 110 สาขาในกรุงเทพและปริมณฑล ด้านซีพีขานรับความสำเร็จเตรียมขยายช่องทางการจำหน่ายทั่วประเทศอีกกว่า 500 สาขาภายในปี 2561

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิด โครงการ "ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน" พร้อมเป็นสักขีพยานร่วมกับ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ "ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน" ระหว่างคู่ธุรกิจ บริษัท ซีพี รี เทลลิงค์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายร้านกาแฟมวลชน และกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผัก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การสนับสนุน ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า จากนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ (Area based) เพื่อแก้ปัญหาที่มีความเฉพาะเจาะจง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สังคม และความต้องการสินค้าเกษตรของตลาด โดยได้มอบหมายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบในการแนะนำ (Coaching) ประสานงาน (Coordinating) และติดตาม (Monitoring) การบริหารจัดการสินค้าเกษตรครบวงจร และแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรที่จำเพาะกับพื้นที่ (Area based) ในแต่ละจังหวัด โดยเน้นใช้แนวทาง "การตลาดนำการผลิต" เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าที่ผลิตออกมานั้น ตรงตามความต้องการของตลาด มีตลาดรองรับเพื่อจำหน่าย สามารถสร้างอาชีพ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่สำคัญในการดูแลเกษตรกรเพื่อให้อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่มั่นคง มีความอยู่ดีกินดี และประเทศไทยมีความยั่งยืนด้านเกษตรกรรม ปัญหาที่ผ่านมาคือเกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจน ซึ่งมีสาเหตุจากปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ เพราะผลิตสินค้าจำนวนมากโดยไม่มีตลาด และขาดความรู้การใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้มีนโยบายส่งเสริมระบบการทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการผลิต โดยให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ คอยอบรมให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติให้แก่เกษตรกรอย่างใกล้ชิด ซึ่งเกษตรกรที่ได้รวมกลุ่มแล้ว ก็นำความรู้ที่ได้ไปดำเนินการทำปัจจัยผลิตใช้เองในกลุ่ม ช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้มาก สามารถยกระดับจากการเป็นผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว เป็นผู้ประกอบการเกษตรที่รวบรวมสินค้าเพื่อส่งจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค" นายกฤษฎา กล่าว

สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ จ.นครปฐม ภายใต้นโยบาย "การตลาดนำการผลิต" ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ดร.วราภรณ์ พรหมพจน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในการแนะนำ ประสาน และติดตามการบริหารจัดการการตลาดครบวงจร ซึ่งจากการดำเนินงานดังกล่าว ได้พัฒนาเป็นโครงการ"ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน" ขึ้น และได้จับคู่ธุรกิจระหว่างบริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจกาแฟมวลชน กับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผัก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม โดยเริ่มรับซื้อผักเกษตรปลอดภัยจากกลุ่มแปลงใหญ่ผัก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เพื่อจำหน่ายในร้านกาแฟมวลชนเบื้องต้น 110 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจะขยายไปอีกกว่า 500 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2561 โดยทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ดร.นริศ ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด และนายทองใบ บรรเทาวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงใหญ่ผัก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ตลอดจนได้ร่วมกันกำหนดปฏิทินการผลิตตามความต้องการของตลาด ซึ่งได้มีการกำหนดชนิดและปริมาณผักปลอดภัยที่จะรับซื้อจากเกษตรกรเพื่อจำหน่ายในร้านกาแฟมวลชน และจัดจำหน่ายผ่านรูปแบบการจัดส่งฟรีถึงบ้าน (Delivery) ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสาขาร้านกาแฟมวลชน รวมทั้งสิ้น 10 ชนิด ได้แก่ คะน้า มะเขือเทศราชินี พริก ถั่วฝักยาว ผักบุ้งจีน แตงกวา แตงร้าน กุยช่าย กวางตุ้งฮ่องเต้ และกวางตุ้งใบพาย และตั้งเป้าหมายรับซื้อในปริมาณ 720 ตัน มูลค่ากว่า 50 ล้านบาทต่อปี รวมถึงการตกลงราคาซื้อขายร่วมกันในราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมเป็นที่พึงพอใจแก่เกษตรกรแปลงใหญ่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม และสอดคล้องกับนโยบาย "การตลาดนำการผลิต" ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเน้นย้ำถึงผักคุณภาพปลอดภัยจาก "โครงการผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน" ที่จำหน่ายในร้านกาแฟมวลชนว่า ผู้บริโภคสามารถเชื่อมั่นในความปลอดภัยได้ เพราะกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ผักนั้น ได้มีการปลูกผักที่มีการผลิตอย่างมีคุณภาพมาตรฐาน โดยสมาชิกเกษตรกร 50 ราย ในพื้นที่ 150 ไร่ อ.ดอนตูม จ.นครปฐม พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนโรงเรือนปลูกพืช โรงคัดบรรจุ และรถห้องเย็นจากงบประมาณ จ.นครปฐม ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานผักปลอดภัย (GAP) และผ่านการคัดบรรจุตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (GMP) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งได้รับตรวจสอบว่าปลอดสารตกค้างโดยกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเก็บเกี่ยวจากแปลงปลูก และก่อนการคัดบรรจุ ตลอดจนสามารถสืบย้อนกลับได้ถึงข้อมูลของผัก ผู้ผลิต แหล่งผลิต และมาตรฐานความปลอดภัย ผ่าน QR Code ที่ปรากฏบนผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดนี้นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกที่สำคัญยิ่ง และเป็นแปลงใหญ่แห่งแรก ที่สามารถดำเนินการผนึกความร่วมมือกันของทั้งสองฝ่ายคู่ธุรกิจภายใต้แนวทางการตลาดนำการผลิต ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้จะยังขยายความร่วมมือต่อยอดโครงการโดยส่งเสริมผักปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP ในแปลงใหญ่ของเกษตรกรจากจังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ เข้าร่วมโครงการอีกด้วย ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมมือกันวางแผนการผลิตสอดคล้องกับความต้องการของตลาด สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เกษตรกรได้ราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม ยกระดับรายได้ และชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร เป็นไปตามเป้าหมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาล

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ มุ่งเน้นในเรื่องของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำ CSR เพื่อสังคมและชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของโครงการ "ผักเกษตรปลอดภัย เพื่อมวลชน" บริษัทฯ ได้เข้าร่วมจับคู่ธุรกิจกับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผัก อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นช่องทางการตลาดในการจัดจำหน่ายผักเกษตรปลอดภัยผ่าน "ร้านกาแฟมวลชน กาแฟสร้างอาชีพเพื่อสังคมและชุมชน" โดยเริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงแรกได้ตั้งเป้าหมายการวางจำหน่ายในร้านกาแฟมวลชนสาขากรุงเทพฯ และปริมณฑลรวม 110 สาขา อย่างไรก็ตามบริษัทฯ พร้อมที่จะร่วมสนับสนุนเกษตรกรแปลงใหญ่ผักกลุ่มอื่นๆ ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันจะช่วยยกระดับการเกษตรอุตสาหกรรมให้ตรงตามมาตรฐาน พัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน พร้อมกระจายโอกาสให้ผู้บริโภคได้บริโภคผักเกษตรปลอดภัยที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม ควบคู่ไปกับการขยายสาขาร้านกาแฟมวลชนกว่า 500 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2561 นี้

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง