SIMAT เข้าสู่โหมดเทิร์นอะราวด์เต็มรูปแบบ แย้ม Q2 จ่อรับรู้รายได้“มาเลเซีย-ฮินชิซึ”เสริมแกร่ง พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าเต็มเหนี่ยว ดันธุรกิจพลิกมีกำไรในรอบ 5 ปี

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday May 22, 2018 10:36 —ThaiPR.net

กรุงเทพฯ--22 พ.ค.-- "ทองคำ มานะศิลปะพันธ์" บิ๊กบอส บมจ.ไซแมท เทคโนโลยี (SIMAT) ลั่นผลงานปี 61 เข้าสู่โหมดเทิร์นอะราวด์เต็มรูปแบบ แย้มไตรมาส 2/2561 จ่อรับรู้รายได้การส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับมาเลเซีย และ "ฮินชิซึ" เข้ามาเสริมทัพ คาดทั้งปีพลิกมีกำไรอย่างสวยสดงดงาม พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทุกยูนิตเต็มสูบ ดันธุรกิจพลิกมีกำไรในรอบ 5 ปี นายทองคำ มานะศิลปะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซแมท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SIMAT) เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2561 เนื่องจากบริษัทฯ จะมีการรับรู้รายได้และกำไรจากการส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมากให้แก่กระทรวงศึกษาธิการของประเทศมาเลเซีย จากธุรกิจขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนธุรกิจเลเบล บริษัทฯ คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากการซื้อกิจการใหม่เข้ามาจากบริษัท ฮินชิซึ (ประเทศไทย) จำกัด (ฮินชิซึ) อาทิเช่น ธุรกิจ Silkscreen Printing จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจเลเบลมีการเติบโตเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต้นทุนการสั่งซื้อวัตถุดิบจาก Economy of scale และช่วยเพิ่มรายได้ทั้งสองฝ่ายจากการรวมฐานลูกค้าที่เป็นลูกค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้รายได้เติบโตขึ้นและต้นทุนการผลิตลดลง รวมถึงขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายขึ้นจากการ Synergy ที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ Label & Stamping อีกด้วย "เราเชื่อมั่นว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบกับภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะพลิกมีกำไรครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ จากแผนการดำเนินธุรกิจของทั้งปี 2561 หลังเข้าลงทุนใน ฮินชิซึ ซึ่งประกอบธุรกิจ Silk Screen Printing ที่เป็นแผงวงจรควบคุมสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเดิมมีรายได้เฉลี่ย 300 - 400 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีตามภาวะอุตสาหกรรม Home Appliance จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลทำให้ SIMAT เติบโตอย่างแข็งแก่ง และช่วยขยายฐานรายได้ ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป" นายทองคำ กล่าว เขากล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ในตลาดธุรกิจให้มากขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการในลักษณะของโครงการให้บริการอินเทอร์เน็ตสัญญาระยะยาวในอาคารขนาดกลางและเล็ก ซึ่งจะเริ่มเห็นผลการทยอยรับรู้รายได้ของโครงการเหล่านี้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ส่วนในตลาดผู้บริโภคจะมุ่งเน้นการขยายตลาด ผ่านการให้บริการร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ ผู้ให้บริการเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในการขยายไปยังจังหวัดใหม่ๆ ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ อีกทั้งธุรกิจเดิมได้แก่ ธุรกิจให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นงานขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เป็นลักษณะสัญญาเช่าให้แก่ลูกค้า และงานบริการทั้งงานติดตั้งและงานบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์ให้มากขึ้นเช่นกัน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ