ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและแนวโน้ม “บ. อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 3” ที่ “A-/Stable”

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday January 9, 2018 14:00 —ทริส เรตติ้ง

บริษัทอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 3 ก่อตั้งในปี 2553 เพื่อเป็นเจ้าของและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก โรงไฟฟ้าของบริษัทตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี โดยโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 132.5 เมกะวัตต์และสามารถผลิตไอน้ำเพื่อจำหน่ายที่ขนาด 30 ตันต่อชั่วโมง บริษัทมีสัญญาขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. จำนวน 90 เมกะวัตต์เป็นระยะเวลา 25 ปีและจำหน่ายไฟฟ้าส่วนที่เหลือให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร โรงไฟฟ้าของบริษัทได้เริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ปัจจุบันผู้ถือหุ้นของบริษัทประกอบด้วย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM -- 60.7%) บริษัท ซัมมิท ซันไรซ์ เอนเนอจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซูมิโตโม (SSEC -- 18%) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (AMATA -- 18.3%) และ บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (BGJV -- 3%)

บริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจำนวน 90 เมกะวัตต์กับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี นอกจากนี้ยังมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมอีกจำนวน 46 เมกะวัตต์และสัญญาขายไอน้ำอีกจำนวน 13 ตันต่อชั่วโมง สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดเนื่องจาก กฟผ. ตกลงรับซื้อไฟฟ้าขั้นต่ำจำนวน 80% ของกำลังการผลิตตามสัญญาซึ่งคำนวณจากจำนวนชั่วโมงที่สามารถดำเนินงานได้ นอกจากนี้ สัญญาซื้อขายไฟฟ้ายังมีกลไกในการส่งผ่านค่าก๊าซอีกด้วย สำหรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับลูกค้าอุตสาหกรรมนั้นมีการระบุปริมาณการรับซื้อขั้นต่ำ โดยที่อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรมจะอ้างอิงอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่เก็บจากกิจการขนาดใหญ่ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการปรับราคาเพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงผ่านค่า Ft บริษัทยังมีสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ระยะเวลา 25 ปีซึ่งเท่ากับอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ด้วย

โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของบริษัทใช้เทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว ทั้งนี้ กังหันก๊าซ Siemens SGT 800 มีผลงานที่ได้รับการยอมรับด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 100 ชุดตั้งแต่ปี 2540 โรงไฟฟ้าของบริษัทประกอบด้วยหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซพร้อมทางปล่อยระบาย (Bypass Stack) จำนวน 2 ชุด ชุดกำเนิดไอน้ำ (Heat Recovery Steam Generator) จำนวน 2 ชุด และหน่วยผลิตไฟฟ้ากังหันไอน้ำจำนวน 1 ชุด กังหันก๊าซและกังหันไอน้ำดังกล่าวผลิตโดย Siemens การใช้กังหันก๊าซซึ่งมีทางปล่อยระบายทำให้โรงไฟฟ้าของบริษัทมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานเนื่องจากสามารถเดินเครื่องกังหันก๊าซได้อย่างอิสระในช่วงของการซ่อมบำรุงกังหันไอน้ำหรือเพื่อบริหารจัดการโรงไฟฟ้า บริษัทได้ลงนามในสัญญาซ่อมบำรุงกังหันก๊าซระยะยาวกับ Siemens เป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งสัญญาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงจากการดำเนินงานและควบคุมค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง สำหรับการดำเนินงานและการซ่อมบำรุงรักษาประจำวันนั้น บริษัทก็มีทีมบุคลากรของตนเองซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากบริษัทและกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานและการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม

ตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในปี 2555 โรงไฟฟ้าของบริษัทมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 นั้น บริษัทจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 475 ล้านหน่วยให้แก่กฟผ.ซึ่งคิดเป็น 67% ของไฟฟ้าที่จำหน่ายทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทยังจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 165 ล้านหน่วยให้แก่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม และจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 68 ล้านหน่วยให้แก่บริษัทที่เกี่ยวข้อง (โรงไฟฟ้าโครงการอื่นของ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าของกลุ่ม โดยมีดัชนีความพร้อมที่ 97.2% และอัตราความร้อน 7,520 บีทียูต่อหน่วย ซึ่งดีกว่าอัตราความร้อนอ้างอิงตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ.ที่ 8,000 บีทียูต่อหน่วย ในด้านของประสิทธิภาพการใช้พลังงานนั้น โรงไฟฟ้าของบริษัทบรรลุดัชนีชี้วัดความสามารถในการใช้พลังงานปฐมภูมิในการผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนร่วมกัน (Primary Energy Saving -- PES) ทำให้ได้รับค่าไฟฟ้าเพิ่มเติมจากค่าการประหยัดการใช้เชื้อเพลิง (Fuel Saving -- FS) ที่ 0.36 บาทต่อหน่วย จาก กฟผ.

ในปี 2559 บริษัทมีรายได้ลดลง 12.9% โดยอยู่ที่ 2,729 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากยอดจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่บริษัทเกี่ยวข้องที่ลดลงและราคาก๊าซที่ลดลง โดยราคาก๊าซที่ลดลงมีผลกระทบต่อรายได้ค่าพลังงานไฟฟ้าที่บริษัทได้รับจากกฟผ.และรายได้ค่า Ft จากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การที่สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ.มีกลไกในการส่งผ่านค่าก๊าซ จึงมีผลให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทลดลงเล็กน้อยเพียง 0.5% เป็น 715 ล้านบาทในปี 2559 ในขณะที่อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (กำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้จากการขาย) อยู่ที่ 25.8% อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมอยู่ที่ 15.1% โดย ณ สิ้นปี 2559 บริษัทมีเงินกู้รวมทั้งสิ้น 3,502 ล้านบาทและมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่ระดับ 70.3%

ในเดือนเมษายน 2560 บริษัทได้กู้ยืมเงินระหว่างกันจาก บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เอสพีวี 1 จำกัด (ABPSPV) จำนวน 3,700 ล้านบาทเพื่อนำไปชำระคืนหนี้เงินกู้โครงการ โดยสัญญาเงินกู้ยืมระหว่างกันได้กำหนดตารางการชำระคืนหนี้ที่สอดคล้องกับตารางการชำระคืนหุ้นกู้ของ ABPSPV ซึ่งกำหนดชำระคืนเงินกู้งวดแรกจะเกิดขึ้นในปี 2563 จำนวน 575 ล้านบาท ทริสเรทติ้งประมาณการว่าบริษัทจะมี EBITDA อยู่ในระดับ 600-700 ล้านบาทต่อปี และมีเงินสดคงเหลือมากกว่า 1,000 ล้านบาทซึ่งเพียงพอต่อการชำระหนี้ในปี 2563 และปีต่อๆไป อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทมีตารางการชำระคืนเงินกู้ที่ยาวนาน ดังนั้น อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงปี 2561-2562

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะสามารถดำเนินงานโรงไฟฟ้าได้อย่างราบรื่นและสามารถสร้าง EBITDA ที่แน่นอนได้ประมาณ 600-700 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังคาดหมายว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอต่อการชำระหนี้เงินกู้ที่จะเพิ่มสูงขึ้นในปี 2563 ได้ด้วย

ปัจจัยที่จะมีผลในเชิงบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัทยังค่อนข้างมีจำกัดในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้า ส่วนปัจจัยที่จะมีผลในเชิงลบต่ออันดับเครดิตได้แก่กรณีที่บริษัทมีผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญจนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท

บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 3 จำกัด (ABP3)
อันดับเครดิตองค์กร A-
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable
บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com
ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500
? บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2561 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ