Videology ผนึกกำลัง White Ops บล็อกคำขอโฆษณาวิดีโอจากบอทได้กว่า 2.8 หมื่นล้านคำขอทั่วโลกใน 1 ปี ช่วยนักการตลาดไม่สูญเงินเปล่า 553 ล้านดอลลาร์

ข่าวต่างประเทศ Thursday May 19, 2016 18:30 —ข่าวประชาสัมพันธ์พีอาร์นิวส์ไวร์

สิงคโปร์--19 พ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์ -- นับตั้งแต่เปิดตัวความร่วมมือแบบ Direct Integration ระหว่าง Videology กับ White Ops ในเอเชียแปซิฟิก เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 พบว่ามีการบล็อกคำขอโฆษณาวิดีโอจากบอทได้กว่า 100 ล้านคำขอ ซึ่งช่วยให้เอเจนซี่และผู้โฆษณาไม่ต้องสูญเงิน 1.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปกับการโฆษณาที่ไม่มีผู้ชม -- -- การรวมตัวกับเทคโนโลยีของ White Ops ทำให้สามารถบล็อกบอทได้ก่อนที่จะมีการลงโฆษณา ซึ่งช่วยให้ผู้โฆษณาไม่ต้องสูญเงินเปล่า พร้อมป้องกันไม่ให้กิจกรรมทางอาญาเพิ่มสูงขึ้น -- Videology ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับการโฆษณาทีวีและวิดีโอชั้นแนวหน้า ประกาศในวันนี้ว่า บริษัทสามารถบล็อกคำขอโฆษณาจากบอทปลอมได้มากกว่า 2.8 หมื่นล้านคำขอทั่วโลกผ่านช่องทางต่างๆ นับตั้งแต่ที่มีการรวมตัวกับ White Ops ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการตรวจจับและป้องกันการรับส่งข้อมูลที่ไม่ชอบมาพากล เมื่อเดือนพ.ค. ปี 2558 โลโก้ - http://photos.prnewswire.com/prnh/20160518/369215LOGO ทั้งนี้ การส่งโฆษณาตามคำขอจากบอทจำนวน 2.8 หมื่นล้านคำขอดังกล่าว จะทำเงินถึงราว 553 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[1] ให้กับองค์กรที่กระทำความผิดโดยไม่ลงโฆษณาตามที่ขอ[2] โดยในบรรดาคำขอที่ถูกบล็อกได้ทั้งหมด 2.8 หมื่นล้านคำขอนั้น พบว่ากว่า 100 ล้านคำขอ[3] มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเกาหลีใต้ นับตั้งแต่ที่มีการรวมตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ ซึ่งคิดเป็นค่าโฆษณาที่อาจสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ถึง 1.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การรวมตัวกับ White Ops ด้วยวิธีการอินทิเกรตโดยตรง ทำให้แพลตฟอร์มของ Videology มีระบบตรวจจับและป้องกันการส่งข้อมูลจากบอทแบบเรียลไทม์ที่ดีที่สุดในตลาด เทคโนโลยีชี้เฉพาะของ White Ops สามารถบ่งชี้และป้องกันการรับส่งข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ข้อมูลปรากฏขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจจับการหลอกลวงในสื่อทุกรูปแบบ และแยกแยะได้ว่าเป็นข้อมูลที่ส่งมาจากบอทหรือผู้ใช้งานจริง แม้จะมาจากแหล่งเดียวกันก็ตาม สกอตต์ เฟอร์เบอร์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Videology กล่าวว่า "นักการตลาดลงทุนไปกับการโฆษณาเป็นจำนวนมาก เพราะรู้ว่าสามารถเห็นผลได้จริง แต่ถ้าหากโฆษณาของพวกเขาถูกส่งให้กับบอท ก็เท่ากับไม่มีผู้ชมจริงๆได้เห็นโฆษณาเหล่านั้น และเท่ากับว่าการลงทุนนั้นสูญเปล่า เพราะเหตุนี้ เราจึงริเริ่มความพยายามเชิงรุกในการบล็อกบอทก่อนการส่งโฆษณา ซึ่งดีกว่าการที่นักการตลาดเหล่านั้นได้เงินคืน แต่ไม่ได้บรรลุเป้าหมายอะไรเลย" Videology ได้รับคำขอลงโฆษณาหลายพันล้านครั้งต่อวัน โดยในบรรดาคำขอทั้งหมดตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมานั้น พบว่าคำขอจำนวน 2.8 หมื่นล้านเป็นคำขอลวงที่ถูกทำขึ้นโดยโปรแกรมหรือหุ่นยนต์ และได้ถูกบล็อกไปในที่สุด ที่สำคัญคือความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่มีการใช้กลวิธีขึ้นบัญชีดำ-บัญชีขาว นอกเหนือไปจากการรวมเข้ากับเทคโนโลยีของ White Ops ที่มีความสามารถในการป้องกันสูง จากคำขอทั้งหมดที่ได้รับ พบว่าแคมเปญโฆษณาในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาตอบรับคำขอเพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยเมื่อพิจารณาแคมเปญโฆษณาจากผู้ที่โฆษณาผ่านแพลตฟอร์มของเราในปีที่ผ่านมา พบว่า Videology ช่วยให้ลูกค้าของพวกเขาประหยัดเงินได้มากกว่า 8.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกในช่วง 12 เดือน หรือมากกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2558 ซึ่งมาจากการบล็อกบอทก่อนที่จะทำการลงโฆษณา ปัจจุบัน ลูกค้าในกว่า 25 ประเทศใช้ประโยชน์จากวิธีการอินทิเกรตโดยตรงของ Videology กับ White Ops ไมเคิล ทิฟฟานี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ White Ops กล่าวว่า "เราชื่นชมความเป็นผู้นำของ Videology ในการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อลดช่องทางทำกำไรของเหล่าอาชญากร ที่ทำการฉกฉวยผลประโยชน์จากระบบนิเวศโฆษณาดิจิทัล การช่วยประหยัดเงินและเพิ่มประสิทธิภาพที่ Videology และ White Ops ได้ผลักดันเพื่อลูกค้านั้น ได้สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง และนักการตลาดทุกคนควรคาดหวังถึงประสิทธิภาพในระดับนี้" "เราไม่สามารถนิ่งดูดายและปล่อยให้องค์กรอาชญากรรมเดินหน้าสะสมเงินและลดคุณค่าที่อุตสาหกรรมของเรานำเสนอ และเพื่อให้การโฆษณาดิจิทัลยังเติบโตและสร้างมูลค่าต่อไป เราจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างระบบนิเวศที่มีคลังเก็บข้อมูลที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้" เฟอร์เบอร์ กล่าว โซลูชั่นตรวจจับและป้องกันบอทที่ "ทำงานตลอดเวลา" ของ White Ops นั้นได้ถูกรวมเข้ากับแพลตฟอร์มของ Videology อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเปิดให้ใช้งานสำหรับทุกแคมเปญและทุกอุปกรณ์ ผ่านแพลตฟอร์มของ Videology โดย White Ops และสมาคมผู้โฆษณาแห่งชาติ (ANA) ของสหรัฐ เผยให้เห็นว่า ผู้โฆษณาทั่วโลกจะสูญเงินถึง 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่บอทในปี 2559 เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ Videology และ White Ops จึงได้ออกเอกสารชื่อ " Eradicating Bot Fraud: The Path to Zero-Tolerance " เมื่อเดือนพ.ย. ปี 2558 ซึ่งเผยให้เห็นว่า แคมเปญโฆษณาที่ใช้ระบบบล็อกบอทของ White Ops นั้น สามารถเพิ่มอัตราการมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้ถึง 22% ซึ่งมากกว่าแคมเปญที่ไม่ได้บล็อกบอท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเพื่มขึ้นเพียง 2% เท่านั้น เกี่ยวกับ Videology Videology (videologygroup.com) คือผู้นำด้านบริการซอฟต์แวร์โฆษณาทีวีและวิดีโอแบบหลอมรวมกัน เราใช้บิ๊กดาต้าช่วยส่งเสริมนักการตลาดและบริษัทสื่อในการตัดสินใจเลือกโฆษณาอย่างชาญฉลาด เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านหน้าจอต่างๆได้มากที่สุด เทคโนโลยีด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ของเราช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการ วัดผล และใช้โฆษณาทีวีและวิดีโอดิจิตอลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการหลอมรวมสื่อ Videology Inc. เป็นบริษัทเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนหลายราย ได้แก่ Catalyst Investors, Comcast Ventures, NEA, Pinnacle Ventures และ Valhalla Partners ทั้งนี้ Videology มีสำนักงานใหญ่อยู่ในนครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก และมีสำนักงานสาขาในบัลติมอร์ ออสติน โตรอนโต ลอนดอน ปารีส มาดริด สิงคโปร์ ซิดนีย์ โตเกียว และมีทีมขายทั่วภูมิภาคอเมริกาเหนือ เกี่ยวกับ White Ops White Ops เป็นผู้บุกเบิกการตรวจจับและป้องกันกลโกงจากบอทและมัลแวร์อย่างเป็นระบบ โดยนำเสนอเครื่องมือให้แก่ผู้โฆษณาและองค์กรธุรกิจเพื่อใช้ในการกำจัดการโกง เพิ่มผลกำไร และรับประกันความสำเร็จของแคมเปญโฆษณา รวมทั้งความปลอดภัยของระบบและข้อมูลขององค์กร เทคโนโลยีที่ทันสมัยของ White Ops ต่อสู้กับกิจกรรมทางอาญาในรูปแบบที่แตกต่างและครอบคลุมมากกว่าทุกวิธีการที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ White Ops ได้แยกความแตกต่างระหว่างปฏิสัมพันธ์ของบอทและมนุษย์ กับการโฆษณาออนไลน์ เครือข่ายองค์กรธุรกิจ การทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซ ระบบการเงิน และอื่นๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถขจัดและป้องกันการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต White Ops ทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อตัดแหล่งที่มาของจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ไม่เป็นความจริง จึงทำให้การโกงผ่านบอทและมัลแวร์ไม่สามารถทำกำไรให้กับอาชญากรทางอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่จะกำจัดกลโกงประเภทนี้ให้หมดสิ้นไปในที่สุด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ Rikki Webster ที่อีเมล rwebster@videologygroup.com 1 คำขอโฆษณา 28,000 ล้านคำขอ คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม 533,560,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณตามค่าโฆษณาแบบ CPM ที่ 19.77 ดอลลาร์สหรัฐ 2 ค่าโฆษณาแบบ CPM โดยเฉลี่ยของสื่อโฆษณาวิดีโอ ทั้งแบบขายตรงและซื้อผ่านโปรแกรม อยู่ที่ 19.77 ดอลลาร์สหรัฐ จากการเปิดเผยของ Pathmatics ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มุ่งสร้างความโปร่งใสให้กับอุตสาหกรรมโฆษณา 3 คำขอโฆษณา 100 ล้านคำขอ คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม 1,977,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อคำนวณตามค่าโฆษณาแบบ CPM ที่ 19.77 ดอลลาร์สหรัฐ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ