ข่าวอินโฟเควสท์
22:38 เฟดฟิลาเดลเฟียเผยดัชนีภาวะธุรกิจมิดแอตแลนติกทรุดหนักในเดือนต.ค.   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย เปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจในภูมิภาคมิดแอตแล…
22:30 EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกันสัปดาห์ที่ 5   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ…
22:05 "แคร์รี ลัม" เฟซบุ๊กไลฟ์ ถกนโยบาย-สถานการณ์บ้านเมืองกับชาวเน็ต   นางแคร์รี ลัม ผู้ว่าการเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ได้ทำการไลฟ์สตรีมมิ่งบนโซเชียลมีเด…
21:44 ที่ปรึกษาศก.ทำเนียบขาวเผย การเจรจาข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนคืบหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน   แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว เปิดเผ…
21:26 "บอริส จอห์นสัน"เตรียมแถลงผลเจรจาข้อตกลง Brexit ต่อรัฐสภาอังกฤษเสาร์นี้ ก่อนส.ส.โหวตรับ-ไม่รับข้อตกลง   จาค็อบ รีส ม็อกก์ ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม…

“เจดี ดิจิตส์” เปิดตัวเทคโนโลยี eKYC สุดล้ำในไทย

ข่าวต่างประเทศ Asianet Press Release -- อังคารที่ 17 กันยายน 2562 16:29:38 น.
กรุงเทพฯ--17 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง เปิดตัวแอป "ดอลฟิน" อย่างเป็นทางการ แพลตฟอร์มอัจฉริยะเพื่อโซลูชันทางการเงินครบวงจร

เซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง (Central JD Fintech Holding) ธุรกิจร่วมทุนระหว่างผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเจดี ดิจิตส์ (JD Digits) กับบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของไทยอย่างกลุ่มเซ็นทรัล ได้ประกาศเปิดตัวดอลฟิน แพลตฟอร์มอัจฉริยะ (Dolfin Intelligent Platform) อย่างเป็นทางการ โดยเป็นแอปที่นำเสนอโซลูชันทางการเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดไทยโดยเฉพาะ

ดอลฟิน แพลตฟอร์มอัจฉริยะ ประกอบด้วยแพลตฟอร์มบริการอัจฉริยะอันครบครัน 5 รายการด้วยกัน ได้แก่ บริการธุรกรรมอัจฉริยะ สินเชื่อดิจิทัล ประกันดิจิทัล บริการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล และบริการทำการตลาดดิจิทัล มุ่งตอบโจทย์เทรนด์และความต้องการในตลาด พร้อมมอบความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้นแก่ผู้ใช้ทั้งรายย่อยและภาคธุรกิจ

บริการแรกที่เปิดตัวผ่านแอปดอลฟินนี้ เป็นบริการชำระเงินดิจิทัลและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นบริการที่จะเข้ามาพลิกวงการ เพราะเป็นแพลตฟอร์มแรกในไทยที่ใช้เทคโนโลยี eKYC (electronic Know-Your-Customer) มาใช้ในการยืนยันตัวตนเพื่อสมัครใช้บริการ ซึ่งผสานเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าเข้ากับเทคโนโลยีการอ่านตัวอักษรจากภาพถ่าย (OCR) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ถึงขีดสุด

นอกจากนี้ ยังเป็นแอปพลิเคชันแรกที่รองรับระบบชำระเงินแบบ open-loop สำหรับการเติมเงินและการชำระเงินออนไลน์ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงินด้วยเงินสด การเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต บัตรเครดิต รวมถึงการรับชำระที่จุดพร้อมเพย์และดอลฟิน ทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยในการชำระเงินแต่ละครั้งด้วยเทคโนโลยี Dynamic QR Code ที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับแต่ละยอดการใช้จ่าย

ดอลฟิน รองรับการใช้งานตามจุดรับชำระเงินดิจิทัล 2,700 จุดทั่วประเทศตามร้านค้าปลีกสาขาต่าง ๆ ของกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ทั้งยังรองรับการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านพร้อมเพย์ ณ จุดพร้อมเพย์ราว 4.5 ล้านจุด นอกจากนี้ เครือข่ายผู้ค้าปลีกที่รองรับยังครอบคลุมผู้ค้าบนแพลตฟอร์มของธนาคารกรุงเทพและธนาคารกสิกรไทยด้วย ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มจะเดินหน้าเพิ่มจำนวนพาร์ทเนอร์รายใหม่ ๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ต่อไปทั่วประเทศไทย

การเปิดตัวแอปดอลฟิน เป็นการส่งสัญญาณจากเจดี ดิจิตส์ ในการบุกตลาดโลก เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่เจดี ดิจิตส์ และเทคโนโลยีของบริษัท มีต่อการพัฒนาวงการฟินเทคในตลาดสากล นอกจากนี้ การเปิดตัวครั้งนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานความปลอดภัยระดับเวิลด์คลาส

อีวอลเลตแรกที่ใช้เทคโนโลยี eKYC

ดอลฟิน เป็นบริการอีวอลเลตแรกในไทยที่ใช้เทคโนโลยี eKYC ในการยืนยันตัวตนเพื่อสมัครใช้งาน เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเจดี ดิจิตส์ และเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง โดยจะเข้ามาพลิกขั้นตอนการยืนยันตัวตนแบบออฟไลน์ที่ใช้เวลานาน ให้มาอยู่ในรูปแบบออนไลน์ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการผสานขุมพลังของเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าและการอ่านตัวอักษรจากภาพถ่าย (Optical Character Recognition)

สำหรับการพัฒนาแอปดอลฟิน ทางเจดี ดิจิตส์ เป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีการชำระเงิน ระบบป้องกันการฉ้อโกงและฟอกเงิน ข้อมูลเจาะลึกอุตสาหกรรม เทคโนโลยีจดจำใบหน้า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลวิเคราะห์บิ๊กดาต้า ตลอดจนบริการทางเทคนิคที่ปรับให้ตอบโจทย์ตลาดไทยโดยเฉพาะ บริษัทได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง เพื่อปรับขั้นตอนเหล่านี้ให้สอดรับกับของไทย และปรับประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้ดอลฟิน กลายเป็น "ม้ามืด" ขึ้นนำตลาดชำระเงินผ่านมือถือในไทย และคาดว่าจะได้รับความนิยมจนเติบโตต่อเนื่องในไทย เมื่อมีการเปิดตัวบริการอัจฉริยะเพิ่มเติมอีกในอนาคต

พันธมิตรร่วมลงทุนอย่างกลุ่มเซ็นทรัล ได้ร่วมมือเพื่อมอบการใช้งานดอลฟินในร้านค้าปลีกหลายแห่ง โดยร้านค้าปลีกเกือบ 3,000 แห่งในเครือเซ็นทรัล ซึ่งประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อแฟมิลี่มาร์ท จะเริ่มรองรับการใช้งานดอลฟิน นอกจากนี้ รอยัลตี้โปรแกรมของเครือเซ็นทรัลอย่าง T1 ก็จะมีการลิงก์เข้ากับระบบการชำระเงินดอลฟินอีกด้วย

นอกเหนือจากระบบการชำระเงินแบบออฟไลน์แล้ว ดอลฟินยังรองรับการชำระเงินในเจดี เซ็นทรัล แพลตฟอร์มค้าปลีกของไทยซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง JD.COM กับกลุ่มเซ็นทรัล โดยในอนาคต ดอลฟินวางแผนที่จะผนึกกำลังกับร้านค้าปลีกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงธนาคารต่าง ๆ ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์

ดอลฟินเป็นแอปพลิเคชันแรกของประเทศไทย ที่ใช้ระบบการชำระเงิน open-loop อย่างเต็มรูปแบบ รองรับทั้งการเติมเงินด้วยเงินสด เชื่อมต่อกับบัญชีธนาคาร บัตรเดบิต บัตรเครดิต รวมถึงบริการโอนเงินต่างธนาคารของไทยอย่าง "พร้อมเพย์" และการชำระเงินผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด

นอกเหนือจากการตั้งเป้าหมายไปที่กลุ่มลูกค้าชาวไทยแล้ว แอปดอลฟินยังมีระบบการวิเคราะห์จาก AI และบิ๊กดาต้าที่จะช่วยทำการตลาดให้กับผู้ค้า โดยจะเปิดทางให้ผู้ค้าเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของลูกค้ามากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ พร้อมพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

แม้ร้านค้าออฟไลน์ในไทยส่วนใหญ่ใช้เงินสดในการชำระเงิน แต่ความต้องการของลูกค้าในด้านการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อปี 2560 รัฐบาลไทยได้เปิดตัวโครงการการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างสังคมไร้เงินสด ทั้งนี้ การเปิดตัวดอลฟินถือเป็นสัญญาณสำคัญว่า เจดี ดิจิตส์ กำลังช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

กลยุทธ์เด็ดของเจดี ดิจิตส์ ในการสยายปีกสู่ตลาดโลก

"รายงานภาพรวมฟินเทคของประเทศไทย" โดยเอินส์ทแอนด์ยัง (EY) ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัยตลาดชั้นนำระดับโลก ระบุว่า ประเทศไทยมีกลุ่มคนที่มีบัญชีแต่ยังนิยมใช้เงินสดหรือเช็คเงินสด (underbanked) และมีอัตราการใช้มือถือและอินเทอร์เน็ตสูงอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ พื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์มหภาคยังแข็งแกร่งด้วย ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยหนุนให้ประเทศไทยเตรียมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางฟินเทคแห่งต่อไปของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เจดี ดิจิตส์ ได้รุกเข้าสู่ตลาดไทยในปี 2560 ผ่านความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่ได้ร่วมก่อตั้งธุรกิจร่วมทุนเพื่อรองรับตลาดฟินเทคในไทย โดยทั้งสองได้มอบโซลูชันเทคโนโลยีทางการเงินที่มีความล้ำสมัยยิ่งกว่าสู่ตลาดของไทย ด้วยเป้าหมายที่จะมอบบริการการเงินที่สะดวกสบายและมีความปลอดภัยให้กับลูกค้า

การรุกธุรกิจเข้าสู่ตลาดโลกถือเป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับเจดี ดิจิตส์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และทางบริษัทได้ทุ่มลงทุนอย่างหนักทั้งในแง่เงินทุน ทรัพยากร เทคโนโลยี และบุคลากรมากความสามารถ ในการสนับสนุนการเดินหน้ากลยุทธ์นี้ ปัจจุบัน เจดี ดิจิตส์ มีการดำเนินงานในอินโดนีเซีย ไทย และฮ่องกง พร้อมเดินหน้าบ่มเพาะธุรกิจที่มีความสร้างสรรค์ รวมถึงค้นหาโมเดลในการร่วมมือกับองค์กรนานาชาติด้วยความเปิดกว้าง เท่าเทียม และโปร่งใส เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพออกสู่ตลาดโลก

รูปภาพ - https://photos.prnasia.com/prnh/20190917/2582964-1

คำบรรยายภาพ: (จากซ้ายไปขวา) คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานกลุ่มเซ็นทรัลและผู้อำนวยการเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง, คุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ซีอีโอของเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง, คุณไซม่อน หลี่ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกิจการต่างประเทศของเจดี ดิจิตส์ และผู้อำนวยการของเซ็นทรัล เจดี ฟินเทค โฮลดิ้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง