คณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยในระยะ 7 เดือน ปี 2554 (มกราคม-กรกฏาคม) ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอดังนี้
1. การส่งออก
1.1 การส่งออกเดือนกรกฏาคม 2554
1.1.1 การส่งออก มีมูลค่า 21,521.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.3 ขยายตัวในอัตราสูงต่อเนื่องจากปลายปี 2553 ในรูปเงินบาทการส่งออกมีมูลค่า 652,086.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.4
1.1.2 สินค้าส่งออก ส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นในอัตราสูง
(1) สินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรสำคัญ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราสูงถึงร้อยละ 53.5 เป็นการส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่าในสินค้า ข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง สินค้าอาหาร ประเภท อาหารทะเล ผักผลไม้ และ ไก่แช่แข็งและแปรรูป และ น้ำตาล โดยเฉพาะ ข้าวที่ปริมาณและมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงร้อยละ 81.6 และ 110.6 ตามลำดับ ตลาดสำคัญได้แก่ สหรัฐฯ ไนจีเรีย โคตดิวัวร์ แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่นและ อินโดนีเซีย ขณะที่ และกุ้งแช่แข็งและแปรรูป มูลค่าส่งออกยังคงเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณส่งออกลดลงเล็กน้อย
(2) สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ ส่วนใหญ่ส่งออกเพิ่มขึ้น สินค้าสำคัญที่ส่งออกเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละ 20 ได้แก่ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งพิมพ์ วัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เภสัช/เครื่องมือแพทย์ และนาฬิกา รวมทั้ง อัญมณีที่หักทองคำออกแล้วส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 47.2 (การส่งออกอัญมณีรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 302.0 เนื่องจากการส่งออกทองคำเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 3,919)
สินค้าที่ส่งออกลดลง ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วนลดลงร้อยละ 3.2 สินค้าที่ส่งออกลดลงได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ไม้ ลดลงร้อยละ 10.4 ตลาดที่ส่งออกลดลงได้แก่ สหรัฐฯ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนไม้ในประเทศและมีราคาสูง รวมทั้งต้องแข่งขันกับจีน มาเลเซีย เวียดนาม และไต้หวัน และ ของเล่น ลดลงร้อยละ 10.2 ตลาดที่ส่งออกลดลงได้แก่ สหรัฐฯและญี่ปุ่น เนื่องจาก ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะไม้และมีราคาสูง การขาดแคลนแรงงาน และ การกีดกันการค้าในตลาดต่างประเทศ
ปัจจัยที่ส่งผลทำให้การส่งออกขยายตัว ได้แก่ ความต้องการในตลาดโลกที่มียังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามทิศทางและแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจและการค้าของตลาดส่งออกสำคัญ โดยเฉพาะ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และประเทศในแถบเอเซีย คือ จีน อินเดีย เอเซียตะวันออกและอาเซียน รวมทั้งสินค้าเกษตรและอาหารที่ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
1.1.3 ตลาดส่งออก ส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกกลุ่มตลาด
(1) ตลาดหลัก ส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.4 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราสูงของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯชะลอตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง
(2) ตลาดศักยภาพสูง ส่งออกเพิ่มขึ้นในอัตราสูงถึงร้อยละ 47.0 เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราสูงทุกตลาด โดยเฉพาะ จีน ฮ่องกง อาเซียน 9 อินเดีย และ ไต้หวัน ที่ขยายตัวในอัตราสูงถึงร้อยละ 83.8 , 61.2 , 34.7 , 31.2 และ 24.3 ตามลำดับ
(3) ตลาดศักยภาพระดับรอง ส่งออกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.4 เนื่องจากการส่งออกไป รัสเซียและ CIS และแอฟริกา ยังขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงร้อยละ 128.7 และ 47.6 ตามลำดับ รวมทั้งทวีปออสเตรเลียที่กลับมาส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 38.3 โดยเป็นการส่งออกไปออสเตรเลียเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39.6 สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่ ทองคำ รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ
1.2 การส่งออกในระยะ 7 เดือนของปี 2554 (ม.ค.-ก.ค.)
1.2.1 การส่งออก มีมูลค่า 136,498.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.7 ในรูปเงินบาทการส่งออกมีมูลค่า 4,113,842.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.9
1.2.2 สินค้าส่งออก ส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกหมวดสินค้า ดังนี้
(1) สินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรสำคัญ เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.5 สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า ได้แก่ ข้าว ยางพารา สินค้าอาหารประเภท อาหารทะเล ผักผลไม้ ไก่แช่แข็งและแปรรูป และ น้ำตาล ขณะที่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและกุ้งแช่แข็งและแปรรูป มูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณส่งออกลดลง เนื่องจากผลผลิตในประเทศลดลง ราคาส่งออกสูงขึ้น และความต้องการใช้ภายในประเทศมีอยู่สูง
(2) สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ สินค้าส่งออกสำคัญส่วนใหญ่ส่งออกเพิ่มขึ้น สินค้าที่ส่งออกเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละ 20 ได้แก่ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง สิ่งพิมพ์ เครื่องเดินทางและเครื่องหนัง เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เภสัช/เครื่องมือแพทย์ เครื่องกีฬาและเครื่องเล่นเกมส์ และ นาฬิกา รวมทั้ง อัญมณีที่หักทองคำออกแล้วส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.6 (การส่งออกอัญมณีรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.2 ทองคำส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 19.0)
1.2.3 ตลาดส่งออก เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในทุกกลุ่มตลาดดังนี้
(1) ตลาดหลัก ส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.4 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกตลาด โดยเฉพาะญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปที่ส่งออกเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 31.5 และ 24.2 ตามลำดับ ขณะที่สหรัฐฯขยายตัวร้อยละ 17.5
(2) ตลาดศักยภาพสูง ส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.5 เป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราสูงทุกตลาด โดยเฉพาะ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และ จีน ที่ขยายตัวในอัตราสูงถึงร้อยละ 50.2 ,42.0 , 32.7 และ 32.4 ตามลำดับ ขณะที่อาเซียน 9 และ อินเดียขยายตัวร้อยละ 24.0 และ 24.3 ตามลำดับ
(3) ตลาดศักยภาพระดับรอง ส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.1 เป็นการขยายตัวในอัตราสูงของการส่งออกไปรัสเซียและ CIS แคนาดา ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลางถึงร้อยละ 116.8 , 29.1, 23.7 และ 22.8 ตามลำดับ ขณะที่การส่งออกไปทวีปออสเตรเลียลดลงร้อยละ 10.7 โดยเป็นการลดลงของการส่งออกไปออสเตรเลียที่ลดลงร้อยละ 13.5 สินค้าสำคัญที่ลดลงได้แก่ ทองคำ และ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบที่ลดลงร้อยละ 53.5 และ 14.8 ตามลำดับ
2. การนำเข้า
2.1 การนำเข้าเดือนกรกฏาคม 2554
2.1.1 การนำเข้า มีมูลค่า 18,723.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับระยะเดียวกันของปีที่ผ่าน มาเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 คิดในรูปเงินบาทมีมูลค่า 574,432.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1
2.1.2 สินค้านำเข้า สินค้านำเข้าสำคัญมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวดดังนี้
(1) สินค้าเชื้อเพลิง นำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 60.7 การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.4 ในเชิงปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.3 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อนร้อยละ 50.4
(2) สินค้าทุน นำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4 สอดคล้องกับการลงทุนของภาคการผลิตในประเทศ และการผลิตเพื่อการส่งออกที่เพิ่มขึ้น สินค้าทุนที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.1
(3) สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป นำเข้าลดลงร้อยละ 3.7 เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้ราคาต่อหน่วยสินค้าถูกลง สินค้าสำคัญ ได้แก่ อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ลดลงร้อยละ 7.3 เคมีภัณฑ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.5 เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ปริมาณลดลงร้อยละ 18.7 และในเชิงมูลค่าลดลงร้อยละ 7.1 ทองคำ ปริมาณ ลดลงร้อยละ 64.5 และในเชิงมูลค่า ลดลงร้อยละ 54.8
(4) สินค้าอุปโภคบริโภคบริโภค นำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 22.8 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีทิศทางดีขึ้น ประกอบกับราคาสินค้านำเข้าถูกลงจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น สินค้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.6 ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.2
2.2 การนำเข้าในระยะ 7 เดือนของปี 2554 (ม.ค.-ก.ค.)
2.2.1 การนำเข้า มีมูลค่า 130,254.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.1
2.2.2 สินค้านำเข้าสำคัญ การนำเข้าเพิ่มขึ้นทุกหมวดสินค้าดังนี้ สินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้นร้อยละ 43. สินค้าทุน เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.2 สินค้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.1 สินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น ร้อยละ 22.7 และสินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.3
3. ดุลการค้า
เดือนกรกฏาคม 2554 ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า 2,797.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดในรูปเงินบาทเกินดุลมูลค่า 77,654.1 ล้านบาท สำหรับในระยะ 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ไทยเกินดุลการค้าสะสมมูลค่า 6,244.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 140,301.0 ล้านบาท
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 6 กันยายน 2554--จบ--