เรื่อง ผลการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.)
ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
(กคฐ.) ครั้งที่ 1/2554
คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบผลการประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย (กฟย.) ร่วมกับคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ครั้งที่ 1/2554 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
สาระสำคัญของเรื่อง
กฟย. และ กคฐ. ได้มีการประชุมร่วมกันครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 2 กระทรวงคมนาคม สรุปสาระสำคัญผลการประชุมได้ดังนี้
1. โครงการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.)
ทอท. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ดังนั้น เพื่อเร่งรัดฟื้นฟูให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามเดิมโดยเร็ว จึงได้จัดทำโครงการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ใช้งบประมาณเป็นเงิน 935 ล้านบาท ประกอบด้วย
1) ส่วนที่ 1 การฟื้นฟูทางวิ่ง ทางขับ ระบบสาธารณูปโภค เครื่องช่วยการเดินอากาศ และลานจอดอากาศยานฝั่งตะวันออก (ด้านกองทัพอากาศ) ซึ่งในส่วนนี้เป็นเขตพื้นที่เฉพาะ ของทางราชการ โดยจะดำเนินการได้ภายหลังจากระดับน้ำลดและสามารถส่งวัตถุเข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ เพื่อให้อากาศยานของส่วนราชการและทางราชการ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจของรัฐบาล สามารถใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานดอนเมืองได้ตามปกติอย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน โดยเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินวงเงิน 489.20 บาท
2) ส่วนที่ 2 การฟื้นฟูอาคารผู้โดยสารหมายเลข 1 (Terminal 1) ทางวิ่งทางขับและลานจอดอากาศยานฝั่งตะวันตก, อาคารสำนักงาน ท่าอากาศยานดอนเมือง, ระบบสาธารณูปโภค ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน เพื่อให้สามารถเปิดบริการการบินเชิงพาณิชย์ได้อย่างสมบูรณ์เช่นเดิม ซึ่งจะช่วยบรรเทาความแออัดของปริมาณจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะใช้เงินงบประมาณของ ทอท. เอง จำนวน 445.80 ล้านบาท
มติที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 489.20 ล้านบาท สำหรับดำเนินโครงการฟื้นฟูท่าอากาศยานดอนเมือง ของ ทอท. ในส่วนที่ 1 ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
2. โครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลัก และโครงข่ายสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ของกรมทางหลวง (ทล.) รวมจำนวน 708 โครงการ (สายทาง) โดยเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 11,898 ล้านบาท
1) เหตุผลความจำเป็น
ทล. ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า สืบเนื่องจากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการบูรณะฟื้นฟูเส้นทางสายหลักและโครงข่ายสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงโครงข่ายต่อเนื่องให้คืนสู่สภาพเดิม เพื่อให้ระบบการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะเส้นทางสายหลักที่สำคัญ ระบบโลจิสติกส์ เส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังการขนส่งรูปแบบอื่นได้รับการซ่อมแซมกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
2) พื้นที่ดำเนินการ
ดำเนินการบูรณะฟื้นฟูทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในทุกเส้นทางตามลักษณะระดับความรุนแรง และปริมาณความเสียหายที่เกิดขึ้น แบ่งเป็น
2.1) ทางหลวงสายหลักและโครงข่ายที่สำคัญในพื้นที่สำนักทางหลวงที่ 9 (ลพบุรี) สำนักทางหลวงที่ 10 (สุพรรณบุรี) และสำนักทางหลวงที่ 11 (กรุงเทพ) จำนวน 21 สายทาง 31 โครงการ
2.2) โครงข่ายทางหลวงต่อเนื่องจากทางหลวงสายหลักและโครงสำคัญตามข้อ 2.1) ในพื้นที่ทั่วประเทศจำนวน 677 โครงการ
3) ระยะเวลาดำเนินการและงบประมาณ
3.1) บูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลักและโครงข่ายที่สำคัญแผนงานตามข้อ 2.1) ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน (ธันวาคม 2554- กุมภาพันธ์ 2555) จำนวน 21 สายทาง รวม 31 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,879.851 ล้านบาท
3.2) การบูรณะฟื้นฟูคืนสู่สภาพอย่างยั่งยืนโครงข่ายต่อเนื่อง ตามข้อ 2.2) ระยะเวลาไม่เกิน 9 เดือน (ธันวาคม 2554 — สิงหาคม 2555) จำนวน 677 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 10,019.220 ล้านบาท
มติที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 11,898 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานโครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลัก และโครงข่ายสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ของ ทล. จำนวน 708 โครงการ (สายทาง) ดังกล่าวข้างต้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
3. โครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทอันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) รวมจำนวน 549 สายทาง โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้นจำนวน 4,594.30 ล้านบาท
1) เหตุผลความจำเป็น
สืบเนื่องจากวิกฤตน้ำท่วม ทำให้เส้นทางคมนาคมประสบภัย ชำรุดเสียหาย ส่งผลให้การคมนาคมล่าช้า อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งฟื้นฟูเส้นทางให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
2) จำนวนสายทาง ระยะเวลาดำเนินงาน และงบประมาณ
2.1) เส้นทางหลักที่สนับสนุนการขนส่ง Logistics และเส้นทางเข้านิคมอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวน 4 สายทาง วงเงิน 78 ล้านบาท
2.2) เส้นทางสายรองที่ได้รับผลกระทบอุทกภัย จำนวน 545 สายทาง วงเงิน 4,516.30 ล้านบาท
2.3) ระยะเวลาดำเนินงาน ภายใน 10 เดือน หลังจากน้ำลดและสามารถเข้าพื้นที่ได้
มติที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 4,594.30 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานโครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทอันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยของ ทช. จำนวน 549 สายทาง ดังกล่าวข้างต้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
4. แผนงาน/โครงการฟื้นฟู เยียวยา ด้านสถานศึกษาซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รวมจำนวนสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหาย 790 แห่ง โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณรวมทั้งสิ้น จำนวน 956.29 ล้านบาท
1) เหตุผลความจำเป็น
หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการสำรวจและตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และส่วนประกอบการเรียนการสอนที่จำเป็น โดยให้เน้นไปที่สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจริง ในจังหวัดที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยพิบัติอุทกภัยที่ระดับน้ำลดลงแล้ว เพื่อให้ทันต่อการจัดการเรียนการสอนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2554
2) พื้นที่ดำเนินการ
พื้นที่ในเขตจังหวัดซึ่งประกาศให้เป็นเขตประสบภัยพิบัติ โดยมีสถานศึกษาในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตั้งอยู่ และได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย
3) แผนงาน/โครงการและงบประมาณ
3.1) แผนงาน/โครงการ มาตรการฟื้นฟูสถานศึกษา และครุภัณฑ์สื่อการเรียนการสอน นำเสนอ ครั้งที่ 1 วงเงิน 177.35 ล้านบาท
3.2) แผนงาน/โครงการ มาตรการฟื้นฟูสถานศึกษา และครุภัณฑ์สื่อการเรียนการสอน นำเสนอ ครั้งที่ 2 วงเงิน 778.94 ล้านบาท
มติที่ประชุม เห็นชอบในหลักการ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 956.29 ล้านบาท สำหรับดำเนินงานแผนงาน/โครงการฟื้นฟู เยียวยาด้านสถานศึกษาซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังกล่าวข้างต้น และให้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 15 พฤศจิกายน 2554--จบ--