การปรับปรุงแนวทางการขยายความคุ้มครองประกันสังคมแรงงานนอกระบบ

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday June 26, 2013 13:58 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่..) พ.ศ. ....

2. ให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สนับสนุนการดำเนินงานตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน

3. ให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ตกลงกับธนาคารในกำกับของกระทรวงการคลัง ในการจ่ายค่าธรรมเนียมอัตราพิเศษ สำหรับการรับเงินสมทบ และการโอนเงินสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน

4. อนุมัติหลักการให้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมใช้เกณฑ์เงินสดในการจ่ายเงินสิทธิประโยชน์กรณีบำนาญชราภาพให้แก่ผู้ประกันตน

5. อนุมัติหลักการให้เพิ่มกรอบอัตรากำลังจำนวน 293 อัตรา ให้แก่สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เพื่อการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล และอนุมัติหลักการกำหนดตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด (ตำแหน่งประกันสังคมจังหวัด) เป็น ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง

6. อนุมัติหลักการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้ประกันตนมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ทางเลือกที่ 1 ทางเลือกที่ 2 และทางเลือกที่ 3 ต่อเนื่องไปจนกว่าร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะมีผลใช้บังคับ

7. อนุมัติหลักการเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในวงเงิน 165,000,000 บาท (หนึ่งร้อยหกสิบห้าล้านบาทถ้วน) เพื่อเตรียมการรองรับการดำเนินงาน

ข้อเท็จจริง

1. รง. โดย สปส.ได้ดำเนินการประกันสังคมมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนแรงงานนอกระบบที่สมัครใจเข้าเป็นผู้ประกันตน สามารถเลือกส่งเงินสมทบ เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ทางเลือก จากนโยบายของรัฐบาลที่ประสงค์จะให้ประชาชนแรงงานนอกระบบมีการออม เพื่อเป็นหลักประกันรายได้เมื่อสูงอายุ ประกอบกับบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 กำหนดให้มีสิทธิเงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ซึ่งผู้ประกันตนภาคบังคับที่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการจะเริ่มได้สิทธิ ในเดือนธันวาคม 2556 แต่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบได้รับสิทธิเงินบำเหน็จชราภาพตามทางเลือกที่ 2 เพียงกรณีเดียว ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำในระหว่างผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม จึงเห็นสมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาฯ ให้สิทธิเงินบำนาญชราภาพ ตามความเหมาะสม แก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นแรงงานนอกระบบ และเป็นไปตามข้อเสนอของประชาชนแรงงานนอกระบบ โดยการปรับปรุงสิทธิประโยชน์เดิม และเพิ่มทางเลือกที่ 3 ในระบบประกันสังคมมาตรา 40 ซึ่งมีหลักการจัดเก็บเงินสมทบจาก 2 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ประกันตนและรัฐบาลในอัตราเดือนละ 200 บาท (ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท/เดือน และรัฐบาลสมทบ 100 บาท/เดือน) เพื่อให้ได้รับสิทธิเงินบำนาญชราภาพ ซึ่งจะส่งผลให้มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต

2. ข้อเสนอแนวทางการดำเนินงาน

2.1 กลุ่มเป้าหมาย กำหนดให้ประชาชนทั่วไป เช่น เกษตรกร ผู้ขับรถรับจ้าง ค้าขาย หาบเร่ แผงลอย ฯลฯ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 15-60 ปีบริบูรณ์ สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 และมีบทเฉพาะกาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาฯ มีผลใช้บังคับ หากในวันที่ประชาชนสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน ผู้ใดมีอายุเกิน 60 ปี ให้มีสิทธิเป็นผู้ประกันตนได้ และสามารถจ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เพื่อเป็นของขวัญให้แก่แรงงาน ซึ่งขาดโอกาสในการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนในช่วงที่ประเทศประสบอุทกภัย สามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้

2.2 สิทธิประโยชน์ มีการปรับปรุงเป็น 3 ทางเลือก และเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 ในปัจจุบัน ดังนี้

  • เพิ่มทางเลือกที่ 3 กรณีชราภาพให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเงินบำนาญชราภาพ
  • กรณีเจ็บป่วย โดยจ่ายเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล จากเดิม ตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป เป็นตั้งแต่วันแรกที่เป็นผู้ป่วยใน และเพิ่มระยะเวลาการจ่ายเงิน จากเดิมไม่เกิน 20 วันต่อปี เป็นไม่เกิน 30 วันต่อปี
  • กรณีตาย ให้สิทธิกรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายเพียงจ่ายเงินสมทบ ครบ 1 เดือน ผู้จัดการศพหรือทายาทจะได้รับเงินค่าจัดการศพทันที
ทางเลือก     เงินสมทบ/คน/เดือน       สิทธิประโยชน์                           รายละเอียด
   1        100 บาท (สมทบ         กรณีเจ็บป่วย                 เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเป็นผู้ป่วยใน
            จากผู้ประกันตน                                     โรงพยาบาล ตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป วันละ
            70 บาทและจาก                                    200 บาท ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน (บริการ
            รัฐบาล 30 บาท)                                   ทางการแพทย์ใช้สิทธิสำนักงานหลักประกัน
                                                            สุขภาพแห่งชาติ)
                                  กรณีทุพพลภาพ                เงินทดแทนการขาดรายได้ระหว่างเดือนละ
                                                            500 บาท ถึง 1,000 บาท เป็นระยะเวลา
                                                            15 ปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาส่งเงินสมทบ)
                                  กรณีตาย                    - เงินค่าทำศพ 20,000 บาท (กรณีถึงแก่
                                                            ความตายจ่ายเงินสมทบเพียง 1 เดือน)
   2        150 บาท (สมทบ         เช่นเดียวทางเลือกที่ 1         จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ ประกอบด้วยเงิน
            จากผู้ประกันตน 100       และเพิ่มเงินบำเหน็จ           สมทบที่ผู้ประกันตนจ่าย และผลประโยชน์ตอบ
            บาท และจากรัฐบาล       กรณีชราภาพ                 แทนรายปี คืนให้แก่ผู้ประกันตน เมื่ออายุครบ
            50 บาท)                                         60 ปีบริบูรณ์และลาออกจากการเป็น
                                                            ผู้ประกันตน
   3        200 บาท (สมทบ         ให้ความคุ้มครองเฉพาะ         - ผู้สมัครต้องมีอายุ 15-60 ปีบริบูรณ์
            จากผู้ประกันตน           กรณีชราภาพเท่านั้น            (มีบทเฉพาะกาลในปีแรก ผู้อายุเกิน 60 ปี
            100 บาทและจาก                                   ขึ้นไป มีสิทธิสมัครและจ่ายเงินสมทบย้อนหลัง
            รัฐบาล 100 บาท)                                  ได้)
                                                            - ประโยชน์ทดแทน 1 กรณี คือ กรณีชรา
                                                            ภาพ โดยผู้ประกันตนจะได้รับบำเหน็จหรือ
                                                            บำนาญตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ เมื่ออายุ
                                                            ครบ 60 ปีบริบูรณ์ และแจ้งสิ้นสุดการเป็น
                                                            ผู้ประกันตน

ทั้งนี้ เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีทางเลือก ได้แก่ เลือกชุดที่ 1 หรือ ชุดที่ 2 หรือ ชุดที่ 3 อย่างใดอย่างหนึ่ง เลือกชุดที่ 1 และ 3 หรือเลือกชุดที่ 2 และ 3

3) การรับขึ้นทะเบียน สำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานหลักในการรับขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน โดยขอความร่วมมือให้หน่วยงานช่วยดำเนินการรับสมัครสมาชิก ดังนี้

  • ธนาคารในกำกับของกระทรวงการคลัง รับสมัครลูกค้าของธนาคารและประชาชนทั่วไป
  • กระทรวงมหาดไทย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 รับสมัครประชาชนทั่วไป และสมาชิกของกองทุนภายใต้กำกับ รวมทั้งขอความร่วมมือมอบหมายให้เป็นภารกิจของกำนันผู้ใหญ่บ้านด้วย
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับสมัครสมาชิกกลุ่มต่าง ๆ ในความดูแล
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับสมัครจากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน

4) การรับเงินสมทบจะใช้ช่องทางของสำนักงานประกันสังคมเป็นหลัก และเครือข่ายบริการประกันสังคมมาตรา 40 ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ห้างเทสโก้โลตัส และธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ที่สนใจจะเข้าร่วมดำเนินงาน โดยกระทรวงแรงงานขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วมในการรับเงินสมทบจากประชาชนและนำส่งสำนักงานประกันสังคมด้วย

5) การรับสิทธิประโยชน์ ประชาชนผู้ประกันตนมาตรา 40 มีช่องทาง ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์โดยตรง ณ สำนักงานประกันสังคม และขอความร่วมมือธนาคารในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านดำเนินการตามภารกิจนี้ด้วย ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะเป็นผู้ดำเนินการวินิจฉัยสิทธิประโยชน์ ตามที่กฎหมายกำหนด และโอนเงินให้แก่ผู้ประกันตนผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร

3. รง. มีความพร้อมที่จะเริ่มดำเนินการรับสมัครประชาชนแรงงานนอกระบบเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของผลประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ ...) พ.ศ. .... มีผลใช้บังคับ

สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา

1. กำหนดนิยามคำว่า “เงินบำเหน็จชราภาพ” และ “เงินบำนาญชราภาพ”

2. เพิ่มเติมการจ่ายเงินสมทบเพื่อประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ

3. กำหนดให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกจ่ายเงินเพื่อรับประโยชน์ทดแทนได้

4. แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนหรือบุคคลอื่นใดที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนตามมาตรา 8/1 ขอรับประโยชน์ทดแทนได้

5. แก้ไขเพิ่มเติมทดแทนขาดรายได้กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

6. แก้ไขเพิ่มเติมการจ่ายเงินสมทบเพื่อประโยชน์ทดแทนกรณีตาย

7. เพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนที่เลือกสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 8/1 ได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ

เป็นเงินบำนาญชราภาพ

8. แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 8/1 ได้รับบำนาญตลอดชีวิตและการคำนวณเงินบำนาญชราภาพ

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

9. แก้ไขเพิ่มเติมโดยกำหนดอัตราเงินสมทบระยะเริ่มแรกที่ผู้ประกันตนที่มีสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 8/1

จะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน

10. เพิ่มเติมให้ผู้ที่อายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 25 มิถุนายน 2556--จบ--


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ