ทำเนียบรัฐบาล--8 พ.ย.--บิสนิวส์
คณะรัฐมนตรีรับทราบสรุปสถานการณ์อุทกภัยและมาตรการดำเนินงานของรัฐบาล ตามที่สำนัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้
1. สถานการณ์อุทกภัยโดยทั่วไป จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา มีจังหวัดประสบภัยกับปัญหา อุทกภัย รวมทั้งสิ้น 68 จังหวัด 585 อำเภอ/กิ่งอำเภอ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถสรุปความ เสียหายได้ ดังนี้
1.1 ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,163,871 ครอบครัว 4,227,029 คน เสียชีวิต 259 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง 853 หลัง บางส่วน 7,548 หลัง
1.2 สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย แยกเป็น ถนน 17,200 สาย สะพาน 1,008 แห่ง เหมือง/ฝาย/ทำนบ 1,318 แห่ง โรงเรียน 1,121 โรง วัด 1,168 วัด และสถานที่ราชการ 296 แห่ง
1.3 พื้นที่การเกษตรและปศุสัตว์เสียหาย แยกเป็นพื้นที่การเกษตรประสบภัยน้ำท่วม 11,948,044 ไร่ (เสียหาย 9,172,087 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 76) สัตว์เลี้ยงตาย (โค กระบือ สุกร และสัตว์ปีก) 6,124,088 ตัว และบ่อปลา/กุ้ง/กระชัง 94,686 บ่อ
1.4 มูลค่าความเสียหายที่สำรวจได้ในขั้นต้นประมาณ 3,640 ล้านบาท
2. การเตรียมการล่วงหน้าเพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย
2.1 รัฐบาลได้กำหนดมาตรการในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยล่วงหน้า โดยให้จังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานคร จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยประสานการปฏิบัติงานอย่าง ใกล้ชิดทั้งทหาร พลเรือนตำรวจ และภาคเอกชน ตลอดจนจัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค และเวช ภัณฑ์ยารักษาโรค เพื่อไว้แจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนให้อย่างเพียงพอ
2.2 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเพื่อทำหน้า ที่กำหนดนโยบายเพื่อป้องกัน แก้ไข ช่วยเหลือ ฟื้นฟูและบูรณะความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัยโดยเร็วที่ สุด ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำนวยการประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาค เอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 รัฐบาลสั่งการให้หน่วยราชการต่าง ๆ ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางป้องกันและบรรเทา อุทกภัย ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเร่งด่วน
3. มาตรการเฉพาะหน้าในการให้ความช่วยเหลือในระหว่างสถานการณ์อุทกภัย
3.1 รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ช่วยเหลือ ราษฎรผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานในพื้นที่ กำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ทุกประเภทเข้าปฏิบัติให้ความช่วยเหลือได้ทันที และติดตามสถานการณ์อย่าง ใกล้ชิดทั้งขณะเกิดภาวะน้ำท่วมและหลังน้ำลด
3.2 ได้ให้จังหวัดพิจารณาจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงิน ทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2528 เพื่อเป็นการผ่อนคลายความ เดือดร้อนของราษฎรเฉพาะหน้าจนถึงขณะนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 625,328,845 บาท
3.3 นายกรัฐมนตรีได้ส่งมอบเครื่องยังชีพโดยใช้เงินและสิ่งของที่มีผู้บริจาคไปช่วยเหลือผู้ ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 57 จังหวัด รวม 403,719 ครอบครัว เป็นเงินทั้งสิ้น 136,117,612 บาท
3.4 นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ กระทรวงออกตรวจเยี่ยม และมอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ราษฎรที่ประสบภัย เพื่อเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนในเบื้องต้น
3.5 ได้สั่งการให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประ สบอุทกภัยทุก ๆ ด้าน เช่น ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ด้านการปรับ ปรุงและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ เป็นต้น
4. มาตรการช่วยเหลือราษฎรและฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ภายหลังน้ำลด มอบหมายให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือ ราษฎรและฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ภายหลังน้ำลด เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ ของประชาชนกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด รวม 9 มาตรการ ประกอบด้วย
4.1 ด้านการผลิตของเกษตรกร
4.2 ด้านการเงินการคลัง
4.3 ด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
4.4 ด้านการปรับปรุงฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์
4.5 ด้านสาธารณสุข
4.6 ด้านสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค
4.7 ด้านการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
4.8 ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
4.9 ด้านการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม
5. แนวคิดในการป้องกันอุทกภัยและการช่วยเหลือในระยะยาวเป็นข้อเสนอของศูนย์เฉพาะ กิจเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยระยะยาว
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดนายบรรหาร ศิลปอาชา)--วันที่ 7 พฤศจิกายน 2538--
คณะรัฐมนตรีรับทราบสรุปสถานการณ์อุทกภัยและมาตรการดำเนินงานของรัฐบาล ตามที่สำนัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ ดังนี้
1. สถานการณ์อุทกภัยโดยทั่วไป จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา มีจังหวัดประสบภัยกับปัญหา อุทกภัย รวมทั้งสิ้น 68 จังหวัด 585 อำเภอ/กิ่งอำเภอ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งสามารถสรุปความ เสียหายได้ ดังนี้
1.1 ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,163,871 ครอบครัว 4,227,029 คน เสียชีวิต 259 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง 853 หลัง บางส่วน 7,548 หลัง
1.2 สิ่งสาธารณประโยชน์เสียหาย แยกเป็น ถนน 17,200 สาย สะพาน 1,008 แห่ง เหมือง/ฝาย/ทำนบ 1,318 แห่ง โรงเรียน 1,121 โรง วัด 1,168 วัด และสถานที่ราชการ 296 แห่ง
1.3 พื้นที่การเกษตรและปศุสัตว์เสียหาย แยกเป็นพื้นที่การเกษตรประสบภัยน้ำท่วม 11,948,044 ไร่ (เสียหาย 9,172,087 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 76) สัตว์เลี้ยงตาย (โค กระบือ สุกร และสัตว์ปีก) 6,124,088 ตัว และบ่อปลา/กุ้ง/กระชัง 94,686 บ่อ
1.4 มูลค่าความเสียหายที่สำรวจได้ในขั้นต้นประมาณ 3,640 ล้านบาท
2. การเตรียมการล่วงหน้าเพื่อป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย
2.1 รัฐบาลได้กำหนดมาตรการในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยล่วงหน้า โดยให้จังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานคร จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยประสานการปฏิบัติงานอย่าง ใกล้ชิดทั้งทหาร พลเรือนตำรวจ และภาคเอกชน ตลอดจนจัดเตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค และเวช ภัณฑ์ยารักษาโรค เพื่อไว้แจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนให้อย่างเพียงพอ
2.2 นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเพื่อทำหน้า ที่กำหนดนโยบายเพื่อป้องกัน แก้ไข ช่วยเหลือ ฟื้นฟูและบูรณะความเสียหายอันเกิดจากอุทกภัยโดยเร็วที่ สุด ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) ขึ้น ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออำนวยการประสานงานกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาค เอกชน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 รัฐบาลสั่งการให้หน่วยราชการต่าง ๆ ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางป้องกันและบรรเทา อุทกภัย ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเร่งด่วน
3. มาตรการเฉพาะหน้าในการให้ความช่วยเหลือในระหว่างสถานการณ์อุทกภัย
3.1 รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ช่วยเหลือ ราษฎรผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยระดมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานในพื้นที่ กำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ทุกประเภทเข้าปฏิบัติให้ความช่วยเหลือได้ทันที และติดตามสถานการณ์อย่าง ใกล้ชิดทั้งขณะเกิดภาวะน้ำท่วมและหลังน้ำลด
3.2 ได้ให้จังหวัดพิจารณาจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงิน ทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2528 เพื่อเป็นการผ่อนคลายความ เดือดร้อนของราษฎรเฉพาะหน้าจนถึงขณะนี้เป็นเงินทั้งสิ้น 625,328,845 บาท
3.3 นายกรัฐมนตรีได้ส่งมอบเครื่องยังชีพโดยใช้เงินและสิ่งของที่มีผู้บริจาคไปช่วยเหลือผู้ ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่าง ๆ จำนวน 57 จังหวัด รวม 403,719 ครอบครัว เป็นเงินทั้งสิ้น 136,117,612 บาท
3.4 นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของ กระทรวงออกตรวจเยี่ยม และมอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ราษฎรที่ประสบภัย เพื่อเป็นการบรรเทา ความเดือดร้อนในเบื้องต้น
3.5 ได้สั่งการให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประ สบอุทกภัยทุก ๆ ด้าน เช่น ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ด้านการปรับ ปรุงและฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์ เป็นต้น
4. มาตรการช่วยเหลือราษฎรและฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ภายหลังน้ำลด มอบหมายให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือ ราษฎรและฟื้นฟูบูรณะสิ่งสาธารณประโยชน์ภายหลังน้ำลด เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ ของประชาชนกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด รวม 9 มาตรการ ประกอบด้วย
4.1 ด้านการผลิตของเกษตรกร
4.2 ด้านการเงินการคลัง
4.3 ด้านการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
4.4 ด้านการปรับปรุงฟื้นฟูสิ่งสาธารณประโยชน์
4.5 ด้านสาธารณสุข
4.6 ด้านสินค้าเครื่องอุปโภค บริโภค
4.7 ด้านการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย
4.8 ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
4.9 ด้านการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม
5. แนวคิดในการป้องกันอุทกภัยและการช่วยเหลือในระยะยาวเป็นข้อเสนอของศูนย์เฉพาะ กิจเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยระยะยาว
--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดนายบรรหาร ศิลปอาชา)--วันที่ 7 พฤศจิกายน 2538--