ข่าวอินโฟเควสท์
21:39 ลีราดิ่ง 7% เทียบดอลลาร์วันนี้ นักลงทุนกังวลสหรัฐเตรียมคว่ำบาตรตุรกีครั้งใหม่   ค่าเงินลีราดิ่งลง 7% เทียบดอลลาร์ในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลเก…
21:14 ผลสำรวจม.มิชิแกนชี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำสุดรอบเกือบ 1 ปีในส.ค.   ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโ…
20:51 สื่อตีข่าวสหรัฐ-จีนเตรียมจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่ 22-23 ส.ค.   หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาการค้ารอบใหม่ใ…
20:40 ดอลลาร์อ่อนค่าในช่วงกลางของกรอบ 110 เยน ขณะกังวลความขัดแย้งสหรัฐ-ตุรกี   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงกลางของกรอบ 110 เยน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับคว…
20:21 ศาลอุทธรณ์ตุรกีปฏิเสธคำร้องบาทหลวงสหรัฐ ยืนคำสั่งกักตัวต่อไป   สำนักข่าวอนาโดลูของทางการตุรกีรายงานว่า ศาลอุทธรณ์ของตุรกีปฏิเสธการยื่นอุทธรณ์ขอ…

การบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย

ข่าวการเมือง มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 16 มกราคม 2561 18:16:37 น.
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงแรงงาน (รง.) เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว (สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา) ทำงานในประเทศไทย ตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ใน 3 กรณี ดังนี้

1.1 กรณีที่ 1 : แรงงานต่างด้าวที่ทำงานในกิจการประมงทะเลและกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ กลุ่มที่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติ ผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เพื่อพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เมื่อผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจะตรวจลงตรา (Visa) ประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562

1.2 กรณีที่ 2 : แรงงานต่างด้าวที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 และกรณีที่ 3 : แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา ที่ได้ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หน.คสช.) ที่ 33/2560 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 เรื่อง มาตรการชั่วคราวเพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง – ลูกจ้าง โดยแยกการผ่อนผัน เป็น 2 กลุ่ม คือ

1) กลุ่มที่ผ่านการตรวจพิสูจน์สัญชาติแล้ว ผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานโดยตรวจลงตรา (Visa) ประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงาน ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563

2) กลุ่มที่ยังไม่ได้ตรวจพิสูจน์สัญชาติ ผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เพื่อพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เมื่อผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจะตรวจลงตรา (Visa) ประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและอนุญาตทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563

2. ให้ทุกจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อการจัดทำฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวให้มีเอกภาพเป็นฐานเดียวกัน ชื่อว่า “คณะกรรมการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยจังหวัด...” โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เป็นประธาน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดเป็นกรรมการ เช่น กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน กรุงเทพมหานคร โดยมีจัดหางานจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดกรณีกรุงเทพมหานคร ให้อธิบดีกรมการจัดหางาน หรือผู้ที่อธิบดีกรมการจัดหางานมอบหมาย เป็นประธาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน เป็นกรรมการและเลขานุการ ภายใต้การกำกับดูแลของอธิบดีกรมการจัดหางาน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการจัดตั้งและกำกับดูแลการดำเนินการของศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กำกับดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับศูนย์พิสูจน์สัญชาติของประเทศต้นทาง และจัดทำฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวในจังหวัดและกรุงเทพมหานคร

3. ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรให้กับแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา ที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงานโดยกำหนดให้ด้านหลังบัตรมีข้อมูลการอนุญาตทำงาน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ได้รับการประสานจากกระทรวงแรงงาน ให้มีอำนาจในการกำหนดเลขประจำตัว 13 หลักให้กับแรงงานต่างด้าวดังกล่าว และให้กรมการปกครองเปิดระบบเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อดำเนินการต่อไป

4. ให้ รง. กรมการจัดหางาน เป็นหน่วยงานหลักในการวางระบบสารสนเทศเพื่อการจัดระบบฐานข้อมูลของแรงงานต่างด้าว โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 16 มกราคม 2561--
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง