ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกิจการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างกระทรวงยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย

ข่าวการเมือง Thursday December 13, 2018 16:30 —มติคณะรัฐมนตรี

เรื่อง ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกิจการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างกระทรวงยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงยุติธรรมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านกิจการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างกระทรวงยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงยุติธรรมแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ ทั้งนี้ หากก่อนลงนามมีความจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขบันทึกความเข้าใจฯ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ ให้กระทรวงยุติธรรมหารือกับกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพิจารณาดำเนินการในเรื่องนั้น ๆ โดยไม่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามฝ่ายไทยในบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว

สาระสำคัญของร่างบันทึกความเข้าใจฯ สรุปได้ดังนี้

1. ข้อบทที่ 1 สถานะของบันทึกความเข้าใจ ซึ่งวางหลักการให้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ไม่เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และมิได้มีข้อกำหนดผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ

2. ข้อบทที่ 2 ขอบเขตและกิจกรรมความร่วมมือ โดยกำหนดรูปแบบของความร่วมมือ อาทิ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูลด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย การศึกษาดูงานระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศ การให้ความช่วยเหลือทางการปฏิบัติงานและการดำเนินงาน การจัดการประชุมและสัมมนาร่วม ตลอดจนการเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของข้อจำกัดด้านขีดความสามารถ และเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบภายในประเทศ ตลอดจนความตกลงอื่น ๆ ที่ทั้งสองประเทศมีพันธกรณีอยู่

3. ข้อบทที่ 3 เงินทุน โดยกำหนดให้ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนตนที่อาจเกิดจากปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ โดยอาจสรรหาเงินทุนจากฝ่ายที่สามเพื่อสนับสนุนกิจกรรมตามความร่วมมือได้

4. ข้อบทที่ 4 การรักษาความลับข้อมูลและเอกสาร ซึ่งกำหนดให้ภาคีแต่ละฝ่ายต้องรักษาความลับของข้อมูลและเอกสารที่ได้รับจากภาคีอีกฝ่ายหนึ่งและห้ามส่ง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลและเอกสารดังกล่าว โดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า

5. ข้อบทที่ 5 การดำเนินงาน โดยได้กำหนดให้หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานของฝ่ายไทย คือ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และฝ่ายลาว คือ กรมร่วมมือสากลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

6. ข้อบทที่ 6 การทบทวนและแก้ไข ซึ่งกำหนดให้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้อาจมีการทบทวน ปรับเปลี่ยน หรือแก้ไขได้ เมื่อภาคีได้ตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร

7. ข้อบทที่ 7 การระงับข้อพิพาท

8. ข้อบทที่ 8 บทบัญญัติสุดท้าย ซึ่งกำหนดให้ความตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ณ วันที่มีการลงนาม และมีผลต่อเนื่องสืบไปโดยไม่มีกำหนด และหากภาคีต้องการยกเลิกให้แจ้งแก่หน่วยงานตามข้อบทที่ 5 โดยให้ผลยกเลิกหลังจากสามสิบวันนับจากวันที่ได้รับแจ้งยกเลิก ทั้งนี้ การยกเลิกจะไม่กระทบดำเนินการของโครงการหรือกิจกรรมแต่อย่างใด

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 13 ธันวาคม 2561--


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ