พิธีสารแก้ไขเพิ่มเติมความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน (ฉบับที่ 4) (Fourth Protocol to Amend the ASEAN Comprehensive Agreement)

ข่าวการเมือง Tuesday September 17, 2019 18:13 —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบพิธีสารแก้ไข้เพิ่มเติมความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน ฉบับที่ 4 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ลงนามแล้ว ตามที่สำนักคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแล้วเสนอรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบฯ ก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพันต่อไป โดยให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการมอบสัตยาบันสารหรือสารของพิธีสารแก้ไขเพิ่มเติม ความตกลงว่าด้วยการลงทุนอาเซียน ฉบับที่ 4 ให้แก่เลขาธิการอาเซียนเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบพิธีสารดังกล่าวแล้ว

สาระสำคัญของพิธีสารฯ

1. กำหนดเกี่ยวกับการห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติ (PPR) ในพิธีสารฯได้แก่

ระดับของเงื่อนไข

1. การห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติ เท่ากับที่ผูกพันไว้ภายใต้ความตกลงว่าด้วยมาตรการการลงทุนที่เกี่ยวกับการค้า (TRIMs) ขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งเป็นระดับที่ผูกพันไว้ในความตกลง ACIA เดิม

ห้ามรัฐกำหนด

1) ระดับหรือร้อยละในการส่งออกสินค้า

2) ระดับหรือร้อยละของการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ

3) ให้นักลงทุนซื้อ ใช้ หรือให้สิทธิพิเศษแก่สินค้าที่ผลิตในประเทศหรือซื้อสินค้าจากบุคคลหรือองค์กรอื่นใดในประเทศ

4) ผูกโยงปริมาณหรือมูลค่าการนำเข้ากับปริมาณหรือมูลค่าการส่งออก หรือกับจำนวนการไหลเข้าของเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของนักลงทุน

ระดับของเงื่อนไข

2. การห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติที่มีระดับเกินกว่าที่ผูกพันไว้ภายใต้ความตกลง TRIMs ซึ่งเป็นส่วนที่เพิ่มเติมขึ้นใหม่ในร่างพิธีสารนี้

ห้ามรัฐกำหนด

1) จำกัดการขายสินค้าในประเทศที่การลงทุนของนักลงทุนผลิตหรือจัดหามา โดยผูกโยงการขายดังกล่าวกับปริมาณ มูลค่าการส่งออกหรือรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศของผู้ลงทุน

2) จำกัดการจัดส่งสินค้าที่มีการลงทุนผลิตในประเทศ ไปยังตลาดภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งโดยเฉพาะ หรือไปยังตลาดโลก

2. กำหนดให้ประเทศสมาชิกอาเซียนจะต้องประเมินและทบทวนข้อบท PPR เพื่อพิจารณาเงื่อนไขหรือองค์ประกอบเพิ่มเติม เมื่อมีความจำเป็นเกิดขึ้น รวมถึงเรื่องการห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนต้องตั้งสำนักงานใหญ่ของตนสำหรับภูมิภาคใดโดยเฉพาะ หรือสำหรับตลาดโลกในประเทศที่จะต้องมีการพิจารณาเป็นรายปีในที่ประชุมคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน

3. กำหนดให้ประเทศสมาชิกสามารถจัดทำรายการข้อสงวนได้ หากมีข้อกังวลว่ามาตรการของรัฐมาตรการใดจะขัดต่อข้อบท PPR โดยประเทศสมาชิกจะต้องหารือเรื่องการจัดทำรายการข้อสงวนดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน 5 ปี นับจากวันที่พิธีสารฯ นี้ มีผลใช้บังคับเว้นแต่บรรดาสมาชิกจะตกลงเป็นอย่างอื่น

4. กำหนดให้ข้อบท PPR ในความตกลง ACIA จะไม่มีการเชื่อมโยงกับข้อบทว่าด้วยการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน (Invertor State Dispute Settlement) ซึ่งหมายความว่านักลงทุนไม่สามารถฟ้องร้องรัฐได้ หากรัฐทำผิดเงื่อนไขในข้อบท PPR

5. กำหนดว่าพิธีสารฯ จะเป็นส่วนหนึ่งของความตกลง ACIA และจะมีผลบังคับใช้หลังจากรัฐสมาชิกทุกรัฐได้แจ้งความสมบูรณ์ของกระบวนการภายในของตนโดยการยื่นสัตยาบันสารหรือสารให้ความยอมรับแก่เลขาธิการอาเซียนทั้งนี้ สาระสำคัญเป็นการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมของข้อบทการห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติ (Prohibition of Performance Requirements : PPR) เช่นกำหนดให้ใช้วัตถุดิบในประเทศกำหนดสัดส่วนปริมาณหรือมูลค่าของการนำเข้าและส่งออก หรือการกำหนดปริมาณเงินตราต่างประเทศที่นำเข้ามาลงทุน ห้ามรัฐกำหนดเงื่อนไขให้นักลงทุนปฏิบัติที่มีระดับเกินกว่าที่ผูกพันไว้ภายใต้ความตกลงว่าด้วยมาตรการการลงทุนที่เกี่ยวกับการค้า (Agreement on Trade –Related Investment Measures: TRIMs) ขององค์การการค้าโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับความตกลงให้มีมาตรฐานที่สูงและเป็นสากลมากขึ้น

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 17 กันยายน 2562


เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้นและตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ

รับทราบและยอมรับ