ขออนุมัติให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้กรมการขนส่งทางบกใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อดำเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ข่าวการเมือง 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:33 น. —มติคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่อง ขออนุมัติให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้กรมการขนส่งทางบกใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อดำเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของจังหวัดเชียงราย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอแล้วมีมติ ดังนี้

1. อนุมัติให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้กรมการขนส่งทางบกใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อดำเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยใช้ที่ดินถาวร ไม่มีกำหนดระยะเวลา

2. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดพิจารณาเกี่ยวกับกรณีที่กรมการขนส่งทางบกขอยกเว้นค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินของโครงการฯ ตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงผลกระทบต่อต้นทุนที่ใช้ในการคำนวณความคุ้มค่าของโครงการฯ รวมถึงผลวิเคราะห์ผลตอบแทนด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปแบบและแผนงานการดำเนินโครงการฯ ด้วย

3. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับความเห็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

สาระสำคัญของเรื่อง

1. คณะรัฐมนตรีมีมติ (17 เมษายน 2555) อนุมัติในหลักการให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด่านพรมแดนเชียงของ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 4 โดยมีพื้นที่ของโครงการฯ บางส่วนเป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 206 ไร่ 1 งาน 57.6 ตารางวา โดยเอกชนจะร่วมลงทุนโครงการฯ ในรูปแบบ PPP Net Cost ในส่วนของอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า อุปกรณ์สำนักงาน และระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ และจะต้องส่งมอบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนให้กับกรมการขนส่งทางบกเมื่อสิ้นระยะเวลาสัมปทาน 15 ปี

2. กรมการขนส่งทางบกได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้ถูกเวนคืนที่ดินเพื่อการยินยอมให้ใช้พื้นที่ จำนวน 779,760,400 บาท โดยเกษตรกรผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินและเกษตรกรผู้ถือครองที่ดิน ได้ยื่นสละสิทธิ์ในที่ดินหรือได้ทำหนังสือยินยอมแล้วครบทุกรายในปี 2560 จึงได้ยื่นคำขออนุญาตใช้ที่ดินดังกล่าวต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2560 ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาอนุญาตการใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2536 ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงรายในการประชุมครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ได้มีมติเห็นชอบให้กรมการขนส่งทางบกใช้ที่ดินฯ เพื่อดำเนินโครงการฯ โดยไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ยังไม่ได้เสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาอนุญาต ต่อมา กรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือแจ้งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเชียงรายให้ทราบถึงการเข้าใช้พื้นที่ของผู้รับจ้างเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ (เป็นการเข้าใช้พื้นที่ก่อนได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินโดยคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม)

3. ต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการขอและการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2560 ให้ไว้ ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2560 โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 31/2560 เรื่อง การใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและประโยชน์สาธารณะของประเทศ ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2560 แต่โดยที่กรมการขนส่งทางบกยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินโดยคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ภายใต้ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาอนุญาตการใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน จึงต้องดำเนินการขอความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินฯ อีกครั้งเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ตามกฎกระทรวงฯ ข้อ 2 (3) (ก) ซึ่งกำหนดให้การขอความยินยอมหรือขออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินฯ ต้องเป็นโครงการของรัฐ ซึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์

4. โดยที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งการเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเร่งรัดพิจารณาเกี่ยวกับกรณีที่กรมการขนส่งทางบกขอยกเว้นค่าตอบแทนฯ ของโครงการฯ ให้เกิดความชัดเจนให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนและกรมการขนส่งทางบกได้มีหนังสือถึงสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2562 ยืนยันการของดเว้นค่าตอบแทนฯ เพื่อให้เป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และไม่ให้ต้นทุนที่ใช้ในการคำนวณความคุ้มค่าของโครงการฯ เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะส่งผลต่อกระทบต่อแผนการดำเนินโครงการฯ ต่อมา ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินฯ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 ได้มีมติเห็นชอบการขอรับความยินยอมหรืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดิน พร้อมเห็นชอบให้เก็บค่าตอบแทนฯ ตามข้อ 9 (3) ของระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการใช้และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2561 เนื่องจากระเบียบดังกล่าวไม่มีบทยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทนฯ ก่อนเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาต่อไป

5. คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในการประชุมครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2562 ได้พิจารณาประเด็นที่กรมการขนส่งทางบกขอรับความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินฯ เพื่อดำเนินโครงการฯ แล้ว มีมติอนุมัติให้นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาก่อนที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจะพิจารณาให้ความยินยอม หรืออนุญาตให้กรมการขนส่งทางบกใช้ที่ดินฯ เพื่อดำเนินโครงการฯ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการประเมินมูลค่าที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ พิจารณาหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนฯ ตามระเบียบฯ และนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพิจารณาภายหลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กรมการขนส่งทางบกใช้ที่ดินฯ เพื่อดำเนินโครงการฯ แล้ว เนื่องจากเห็นว่า ประเด็นค่าตอบแทนฯ ควรมีการทบทวนอีกครั้ง

6. กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และประธานกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนพิจารณาแล้วเห็นชอบ/ไม่มีข้อขัดข้องตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และมีความเห็นเพิ่มเติมให้เร่งรัดการพิจารณาเกี่ยวกับค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปตามแผนงาน และเพื่อให้กรมการขนส่งทางบกสามารถจัดเตรียมแผนบริหารงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเห็นว่า โครงการดังกล่าวไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 24 เมษายน 2555 อย่างไรก็ตามพื้นที่ดังกล่าวยังมีสถานะเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องด้วย

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ